คนโกหกมีเยอะ ดูวิธีอ่านสีหน้าคนเพื่อตรวจจับคนโกหก
ยิ้มปลอม.. คนโกหกมักใช้กล้ามเนื้อบริเวณรอบปากฝืนยิ้ม
ยิ้มของจริงจะเห็นฟันนิดนึง ตาจะย่นหยีหน่อย บางคน มีตีนกาด้วย (ระวัง ตอแหลมืออาชีพฝืนทำตาหยีได้)
ดูมือ แขน คนโกหกมักจะเกร็งๆ หลบฝ่ามือ เกาจมูก ถูหลังหู เกาหัว
คนโกหก มักเหงื่อแตก
ขี้โม้ชอบเล่ามากเกินไป ชอบยกรายละเอียดที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวมาเล่าให้ฟังมากๆ สร้างภาพให้เกิดความน่าเชื่อถือ
ดูลูกตา คนโกหกไม่สบตา กระพริบตาถี่
ถ้าเจอคำถามจี้ใจดำ คนโกหกจะอึดอัด หันตัว เบือนหน้าหนี .. คนพูดจริงจะรุกกลับอย่างดุเดือด ในขณะที่คนโกหกจะ จะปกป้องตัวเอง หรือ ตอบเลี่ยงๆ
คนโกหก ชอบเอาคำพูดของคู่สนทนามาพูดซ้ำ
พูดต่อกันยาวๆ เละเทะ ไม่เป็นประโยค ฟังไม่รู้เรื่อง นั่นแหละตอแหล
เล่นมุขตลก หลอกลวงไปเรื่อย
เทคนิกจับคนโหก
ระหว่างคุยด้วย ลองแกล้งทำเป็นเงียบ รอดูอาการ คนโหกจะอึดอัด
ลองเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว คนทั่วไปจะเกิดอาการงง เหมือนเน็ตหลุด แต่จะวกกลับมาคุยเรื่องเดิม ขณะที่คนโกหก จะรู้สึกสบายใจ แล้วจะต่อเรื่องใหม่อย่างทันควัน ไม่วกกลับมาเรื่องเก่าอีก
ว่างๆ ทดลองฝึกกับนักการเมืองที่ชอบพูดออกทีวีก็ได้ ตรวจสอบง่ายด้วย คนโกหกพูดผ่านไปเป็นปีแล้วยังไม่ทำตามที่พูด ชอบหลบหน้า ไม่กล้ากลับไปเจอคนที่หลอกสัญญาเค้าไว้
สะกิด เอาเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับความรักมาฝากค่ะ
หมั่นเติมใจให้กัน : นึกถึงตอนรักกันใหม่ๆ อย่าลืมความดีของเขา แค่นึกถึงและยังไม่ลืมนั้นยังไม่พอค่ะ แต่ต้องหมั่นเติมความหวานให้กันตลอด ทำทุกวันให้เหมือนวันแรกที่เริ่มรักกันและต้องการใช้ชีวิตร่วมกัน มีอีก
กฎเหล็ก 6 ข้อเมื่ออยู่ห่างกับแฟน
1.ไม่ควรให้ความสนิทสนมกับเพื่อนต่างเพศคนใดคนหนึ่งมากเป็นพิเศษ อย่าอ้างว่า “เพราะคุณไม่อยู่ผมเลยต้องออกไปกับคนอื่น แต่เราไม่มีอะไรกันนะ” จริงอยู่ที่แรกๆก็อาจไม่ได้คิดอะไร แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อใกล้ชิดกันมากๆแล้ว ความรู้สึกอาจจะเปลี่ยนได้
2.ติดต่อกันอยู่เสมอ อย่ามัวแต่เสียดายค่าโทรศัพท์อยู่เลย เพราะแฟนไม่ได้หาได้ตามศุนย์การค้านะคะ
3.ทำตัวให้อีกฝ่ายไว้วางใจ อย่าโกหก หรือหลอกลวง เพราะจะทำให้ความไว้ใจหมดไป
4.ต้องหนักแน่น เวลาใครมาเล่าอะไรให้ฟัง ต้องฟังหูไว้หูอย่าเชื่อคนอื่นมากกว่าแฟนตัวเอง ยังไงเราก็รู้จักตัวตนของเค้ามากกว่าคนอื่น
5.บอกรักกันบ่อยๆ ยังไงก็บอกรักกันบ่อยๆนี่ก็น่ารักดีนะคะ อย่ามัวแต่อายเลยค่ะ เรารักเค้านี่นา แค่บอกรักแค่นี้ไม่ยากหรอกค่ะ
6.แคร์กันหน่อย จะทำอะไรก็คิดถึงจิตใจของอีกฝ่ายอยู่เสมอ คุณอาจจะไปดูหนังกินข้าวกับแฟนเก่า แม้ว่ายังเหลือความเป็นเพื่อนอยู่ ถ้าแฟนคนปัจจุบันของคุณห่างไกลกัน คำว่า "ถ่านไฟเก่ามันคุ"ก็ยังใช้ได้อยู่นะคะ
ยังไงก็อย่าได้ห่างไกลกันนานนักเลยค่ะ หัวใจมันอ่อนไหวนะคะ ถ้ามีความจำเป็นต้องห่างไกลกันจริงๆก็ หนักแน่นและเชื่อใจคือสิ่งสำคัญที่สุด :)
แดเนียล ควิน (Daniel Quinn) นักเขียนนวนิยายที่ได้รับรางวัลจากผลงานเอกชื่อ Ishamel ตอบคำถามเยาวชนแฟนหนังสือ ที่เกิดความอึดอัดใจว่าคนรุ่นใหม่เกิดมาประสบกับความวุ่ยวายบนโลก แล้วรู้สึกท้อแท้ ไม่คิดว่าจะทำอะไรให้โลกนี้ดีขึ้นได้ คุณควินตอบ แล้วสะกิดแปลคร่าวๆให้ดังนี้
What people think is what they do. To change what people do, change what they think.
สิ่งที่คนคิดคือสิ่งที่คนทำ ถ้าจะเปลี่ยนสิ่งที่คนทำให้เปลี่ยนสิ่งที่คนคิด
ปัญหาของโลกไม่ได้อยู่ที่มลภาวะ ไม่ได้อยู่ที่บริโภคนิยม ไม่ได้อยู่ที่ความโลภของทุนนิยม และไม่ได้อยู่ที่การขาดผู้นำ ปัญหาของโลกอยู่ที่ความคิดของคน 6 พันล้านคนบนโลกตอนนี้
เราสามารถแก้ไขปัญหาโลกได้ด้วยการเปลี่ยนใจคน เปลี่ยนความคิดคน
ความคิดเป็นเหมือนสายน้ำ ถ้าไหลลงไปถูกที่ก็เอาไปใช้ประโยชน์ได้ ถ้าไปผิดที่ก็ไปท่วมบ้านเรือนทำความเสียหายได้ ถ้าจะป้องกันไม่ให้น้ำไหลไปผิดที่ ต้องไม่ไปสร้างสิ่งกีดขวางทางไหลมัน แต่ใช้วิธีเปลี่ยนทิศทางให้มันไปทางอื่นแทน ถ้าไม่อยากให้ความคิดไปทำสิ่งที่ผิด ต้องไม่ไปปิดสกัดกั้นมัน แต่เบนแนวทางคิดแทน
อย่าไปฟังคนที่บอกว่าการจะเปลี่ยนโลกนี้เป็นเรื่องของคนใหญ่คนโต เป็นเรื่องของคนมีอำนาจ โลกนี้เปลี่ยนได้ด้วยคนที่เปลี่ยนใจ เปลี่ยนความคิด
เริ่มจากคนๆหนึ่งตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนความคิดของคนอีกสองคน เมื่อเวลามาถึง ความคิดใหม่นี้จะเหมือนไฟป่าลามโลกอย่างรวดเร็ว