แบบทดสอบนี้ มีคำถามทายใจคุณง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องความรัก พอคุณทำแบบทดสอบเสร็จ จะมีคำเฉลยที่บอกคุณว่า คุณต้องพยายามในเรื่อง ความรักมากแค่ไหน ลองเล่นดูนะคะ แบบทดสอบทายใจ ในเรื่องความรัก
วิธีการดูแลรักษา พรมปูพื้นรถ
เมื่อพรมเปียกน้ำเพียงเล็กน้อย ให้เช็ดด้วยผ้าหรือกระดาษทิชชู่ นำรถมาจอดไว้กลางแดด โดยเปิดกระจกทิ้งไว้ ความร้อนจะช่วยทำให้พรมแห้ง
ถ้าพรมเปียกน้ำมาก ควรถอดเบาะนั่งออกก่อน แล้วถอดพรมออกมาซัก ผึ่งแดดจัดๆ อย่างน้อย 2 วัน หรือจนกว่าจะแห้งสนิท จึงนำเข้าที่ตามเดิม
พรมเปื้อนโคลน หรืออาเจียน ควรใช้อุปกรณ์ตักเซาะ เอาเศษความสกปรกออก เช็ดด้วยผ้าแห้ง ที่สะอาดหรือกระดาษซับ ความเปียกชื้นออกไปจนหมาด
วิธีเช็ด ควรเช็ดจากวงนอกเข้าไปกลางจุดที่เปื้อน เพื่อป้องกันความสกปรกขยายวงกว้างออกไป ควรนำรถไปจอดกลางแดดที่ร้อนจัด ปิดกระจกทุกบานไว้ประมาณ 2-5 ชั่วโมง จึงค่อยเปิดประตูรถให้ลมพัดผ่าน ความร้อนจากแสงแดด จะช่วยทำลายกลิ่นให้จางลงหรือหมดไป
หมากฝรั่งติดพรม อย่าขูดหมากฝรั่งออก ตอนที่ยังเหนียวอยู่ ให้ใช้ก้อนน้ำแข็ง มาประคบที่หมากฝรั่งให้เย็นจนแข็งตัว จากนั้นก็ใช้ช้อนขูดออก จะทำให้หมากฝรั่งขูดออกได้ง่ายขึ้น
พรมเปื้อนสารเคมี ถ้าพรมเปื้อนสารเคมี จำพวกน้ำยาทาเล็บ น้ำมันเครื่องหรือไขจารบี ควรใช้แขมพูสำหรับซักพรม โดยเฉพาะมาทำการล้างออกทันที ก่อนที่สารเคมีเหล่านี้จะจับนาน ยิ่งล้างออกยาก
หมั่นดูแลรักษา พรมปูพื้นรถนะคะ จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆ
เขาเจอเธอในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง เธอดูโดดเด่นมาก และมีคนมากมายรุมล้อมเธอ ในขณะที่เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีใครใส่ใจเขาเลย และหลังงานเลี้ยงเลิก เขาได้มีโอกาสชวนเธอไปทานกาแฟต่อ เธอประหลาดใจมาก แต่ท่าทีที่สุภาพของเขา ทำให้เธอตอบตกลง
พวกเขานั่งในร้านกาแฟดีๆแห่งหนึ่ง เขาดูประหม่าจนพูดอะไรไม่ออก เธอรู้สึกอึดอัดมาก จนคิดในใจว่า ได้โปรดให้ฉันกลับบ้านเหอะ แต่ทันใดนั้น..... เขาถามบ๋อยว่า ขอเกลือป่นได้ไหม อยากเอามาใส่ในกาแฟ ทุกคนในร้านหันมาจ้องเขาด้วยความประหลาดใจ เขาอายจนต้องก้มหน้า แต่ก็ยังเติมเกลือลงในกาแฟ และก็ดื่มมันเสียด้วย
ทำให้เธอต้องถามเขาอย่างอดไม่ได้ว่า ทำไมชอบกาแฟรสชาติแบบนี้ เขาตอบว่า เมื่อเขายังเด็ก บ้านเกิดเขาอยู่ริมทะเล เขาเป็นลูกน้ำเค็ม เล่นกับทะเลทุกวัน เคยชินกับรสเค็มของเกลือ เหมือนกับรสชาติของกาแฟเค็ม เพราะฉะนั้นเมื่อทุกครั้งที่เขาได้ลิ้มรสกาแฟเค็มๆ เขาก็จะคิดถึงวัยเด็ก คิดถึงบ้านเกิด เขาคิดถึงพ่อแม่ทียังอยู่ที่นั่น
เธอก็เริ่มประทับใจในตัวเขา เริ่มชวนเขาคุย เล่าถึงบ้านเกิดของเธอบ้างชีวิตในวัยเด็ก ครอบครัวของเธอ เธอกับเขาคุยกันถูกคอมากขึ้นเรื่อยๆ และจากการเริ่มต้นที่ดี ทำให้เขากับเธอคืบหน้าความสัมพันธ์ต่อไปจนทีสุด เธอก็ค้นพบว่า เขาคือผู้ชายแบบที่เธอต้องการอย่างแท้จริง เขาใจกว้าง อ่อนโยน อบอุ่น และดูแลเป็นอย่างดี เขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอเกือบจะมองข้ามเขาไป!
หลังจากนั้นอีกสี่สิบปี เขาก็จากเธอไป ทิ้งจดหมายไว้ให้เธอฉบับหนึ่ง ข้างในมีใจความว่า ที่รัก อภัยให้ผมด้วย ที่ต้องโกหกคุณชั่วชีวิต มีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ผมโกหกคุณ เรื่องกาแฟเค็มนั่น
จำวันแรกที่เรามีนัดกันได้ไหม ผมประหม่ามากในตอนนั้น จริงๆแล้วผมต้องการน้ำตาล
แต่ผมพูดผิดเป็นขอเกลือ ซึ่งมันยากที่จะกลับคำในตอนนั้น ผมจึงต้องปล่อยมันไป
ซึ่งผมไม่คิดว่า นั่นจะทำให้เราได้เริ่มต้นการพูดคุยกัน ผมพยายามที่จะสารภาพกับคุณหลายต่อหลายครั้ง
แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะสารภาพออกไป ทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า จะไม่โกหกอะไรคุณอีกแม้แต่ครั้งเดียว
ตอนนี้ผมจากไปแล้ว ผมไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีก ดังนั้นจึงเล่าความจริงในจดหมายฉบับนี้ แท้จริงแล้วผมไม่ได้ชอบทานกาแฟรสเค็มเลยแม้แต่น้อย มันรสชาติค่อนข้างแย่ทีเดียว แต่ว่าผมทานมันตลอดทั้งชีวิตตั้งแต่ได้รู้จักคุณ ผมไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ทำเพื่อคุณเลย
การได้พบคุณเป็นความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดชีวิตของผม
ถ้าผมได้มีโอกาสมีชีวิตอีกครั้ง ผมก็ยังอยากจะได้พบคุณ และมีคุณเป็นภรรยาผมอีกครั้งเช่นกัน
แม้ว่าผมจะต้องดื่มกาแฟรสเค็มอีกตลอดชีวิตก็ตาม!
น้ำตาของเธอหยด ใส่กระดาษจดหมาย จนเปียกชุ่ม และหลังจากนั้น หากมีใครถามเธอ
กาแฟรสเติมเกลือรสชาติเป็นเช่นไร เธอก็จะตอบเสมอว่า "มันหวาน"
เมื่อคิดจะทำอะไร หากคิดมากไป เมื่อไร? จะได้ลงมือทำ
อย่าให้โอกาศผ่านไป โดยที่ยังไม่ได้พยายาม
มองโลกในแง่ดี ...ชีวิต...จะมีความสุข
ทำอะไรจงทำให้ดี เพราะจะไม่มี ...เสียใจ... ในสิ่งที่ทำ
จิตจะสงบได้อย่างไร? หากมัวใส่ใจ กับคำพูดจากคนอื่น
หากอยากประสบความสำเร็จ จงทำงานที่ตัวเองถนัด อย่าหวังพึ่งพาผู้อื่น
งานหนักเพียงใด หากทำด้วยใจและความสุข เราจะไม่รูสึกเหนื่อยเลย
ความกตัญญู คือคุณค่าของคนที่น่านับถือ
มีเวลาว่างอย่าให้เสียเปล่า จงทำตัวให้มีประโยชน์ต่อสังคมและแผ่นดิน
ลองนำข้อคิดที่ให้นี้ไปคิด ดูนะคะ เพราะบางอย่างมันก็เป็น อย่างที่บทความนี้ได้สอนเรา เตือนสติเรา:) (ที่มา : E-mail)
ให้คุณ ถามตัวเองว่า อะไรที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ลองสมมติว่า หากคุณมีเวลามีชีวิตอยู่ หลังจากนี้เพียง 1 ปีเท่านั้น คุณอยากจะทำอะไรมากที่สุด เช่น
หากคุณรู้สึกว่าครอบครัวสำคัญที่สุด แล้วคุณใช้เวลาอยู่กับครอบครัว มากน้อยเพียงพอแล้วหรือยัง ในแต่ละวัน
หากคุณใฝ่ฝันว่า ชีวิตนี้อยากเดินทางท่องเที่ยวไปเห็นโลกกว้าง ก็เริ่มต้นออมเงิน แล้วลองหาจังหวะดีๆ วางแผนลาหยุดไปเที่ยวสักที
หากอยากก้าวไปนั่งตำแหน่งผู้จัดการแผนก ก็ลองขอโอกาสรับผิดชอบ โครงการใดสักชิ้น ที่จะทำให้หัวหน้างานคุณ มองเห็นความสามารถในตัวคุณบ้าง เป็นต้น (นิตยสาร Health Today)
อย่าลืมนะคะ ความฝัน จะทำให้เรามีความพยายาม และความกล้าอยู่เสมอ
ชอบรสชาติแบบไหน คิดก่อนอ่านนะ
เปรี้ยว : ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ คิดถึงตัวเองก่อนเสมอ
หวาน : อ่อนโยน ใจอ่อนสุภาพเรียบร้อย เชื่อคนง่าย
มัน : ชอบสนุกสนานอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี อารมณ์ขัน แก่ช้า
เค็ม : จริงจังกับชีวิต/งาน มีความฉลาดในการใช้เงิน
เผ็ด : หลายอารมณ์ ตรงไปตรงมา แกร่ง ใจเด็ดเดี่ยว
ขม : อนุรักษ์นิยม มีความคิดของตนเองเป็นใหญ่
ชอบบางรส เป็นบางเวลา :)
สะกิด เอากลอนขอบคุณ มาฝากจ้า
ขอขอบคุณ.. ความห่วงใยไถ่ถามถึง
ขอขอบคุณ.. ความคำนึงตรึงใจฉัน
ขอขอบคุณ.. ความจริงใจในสัมพันธ์
ขอขอบคุณ.. ความรักมั่น..นิรันดร..
คำขอบคุณพูดง่าย แต่ความหมายกินใจนะคะ :)
สะกิด มีแฟชั่นต้องห้าม ที่ไม่ควรมีเมื่อ เข้าไปทำงานในออฟฟิต
แฟชั่นชุดชั้นใน: แน่นอนว่ามัน จะทำให้คุณดูเป็นสาวเซ็กซี่ในสายตาหนุ่ม ๆ แต่พวกเขาก็จะมองว่าคุณก็แค่ สาวเซ็กชี่ไร้สมองนั่นแหละ ดังนั้นถ้าอยากได้รับการนับถือ ก็เลิกซะเถอะ
สั้นระเบิดเถิดเทิง: ถ้าคุณนุ่งสั้นมาทำงาน มันจะสะดวกสัก แค่ไหน คนทำงานมักต้องลุกนั่งบ่อยครั้ง เดินไปมาทั้งวัน แถมยังต้องคอยเป็นห่วงกระโปรงตัวเองอีก
รอยสักสุดเก๋า: ตำแหน่งที่ตั้งของรอยสัก ควรเป็นจุด ที่คุณสามารถปกปิดได้ด้วยเสื้อผ้า เพราะวันใดที่ต้องไป งานแบบเป็นทางการแล้ว คุณจะสามารถซ่อนมันเอาไว้ได้
ทรงผมเปรี้ยวซ่า: คุณสามารถตามแฟชั่นผมได้อย่างเต็มที่ แต่ควรระลึกถึงกาลเทศะไว้ เป็นสำคัญ
ตกถังน้ำหอม: การรักษากลิ่นกายให้หอมอยู่เสมอ เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับบุคลิกภาพ แต่ควรจะเป็น หอมละมุนแบบอ่อนๆ ในลักษณะชวนให้รื่นรมย์ ไม่ใช่ประโคมใส่ น้ำหอมราวตกถังน้ำหอม
ก๋ากั่นเล็บแฟนซี: ความสะอาดเรียบร้อยของเล็บ เป็นเรื่องจำเป็น แต่ถ้าคุณใช้นิ้วซึ่งมีเล็บสุดแฟนชี ในการชี้ข้อมูลในการประชุม ใครจะสามารถ ตั้งใจฟังการพรีเซนต์ของคุณได้ ร้อยเปอร์เซนต์ เชื่อสิว่าใคร ๆ ก็จะคอยนั่งจ้องเล็บ ของคุณมากกว่า
สังเกตตัวเองสักนิด ก่อนออกไปทำงาน นะคะ