คือว่าใกล้หน้าหนาวแล้ว จะมีแต่คนใส่เสื้อผ้าหนาๆหลายชั้นกันมันดูแล้วเบื่อ (เมืองไทยร้อนตับแลบก็ยังเห่อใส่กันบางคน) ห่อเหี่ยวหัวใจหนุ่ม ดังนั้นคราวนี้จึงขอเสนอรูปสาวโคลัมเบีย ในชุดบิกินี่ ที่โคลัมเบียนี่ตอนนี้มีรายงานว่ามีโอกาสเกิดไข้หวัดนกระบาด 2-5% และทางการได้เตรียมพร้อมทุกอย่างรวมทั้งวัคซีน บ้านเราแตกตื่นมากตอนนี้ กลัวหวัดนกแพร่ได้ยินว่าไม่ยอมให้ชาวบ้านเลี้ยงไก่ เลี้ยงได้แต่ที่สหฟาร์ม ไม่เป็นไรสาวโคลัมเบียจะเยียวยาหัวใจหนุ่มเลี้ยงไก่ไทยเอง
เช็คราคาหลายๆ ร้านเพื่อความชัวร์ : เมื่อเกิดอาการถูกใจของเข้าชิ้นหนึ่ง อย่าเพิ่งใจร้อนเอ่ยปากต่อราคาทันที เราต้องไปสำรวจร้านอื่นๆในละแวกเดียวกันก่อน เพื่อเปรียบเทียบราคา
ตั้งราคาที่พอซื้อได้ไว้ในใจ แล้วค่อยลงมือต่อราคา : เมื่อเจอร้านที่คิดว่าราคาเข้าท่าที่สุดแล้ว ต้องดูด้วยว่า คนขายท่าทางใจดี และเป็นมิตร หรือเปล่า ถ้า โอเคก็เข้าไปดูอีกรอบ งัดประโยคคลาสสิค ออกมาถามนำคนขาย ก่อนเลยว่า "ลดได้เท่าไหร่คะ" อย่าแสดงอาการว่าอยากได้จน ออกนอกหน้า เดี๋ยวคนขายรู้ไต๋
ครั้งแรกยังไม่ได้ ก็ทนใช้ลูกตื้ออีกหน่อย : ควรพูดจาออดอ้อน หวานๆ กับคนขาย เข้าไว้ (โดยเฉพาะ ถ้าคนขายเป็นผู้ชาย) ถ้าเขาหรือเธอยังมีท่าทางใจแข็ง อาจจะบอกว่ามีเงินอยู่แค่นี้ เผื่อคนขายจะเกิดอาการสงสาร
ถ้ายังไม่สำเร็จอีก คงต้องงัดไม้ตายสุดท้ายออกมา : ไม้ตายสุดท้ายที่ว่า อันนี้หลายคนใช้บ่อย คือ ไม่ซื้อก็ได้แล้วเดินออกจากร้านไป แต่ถ้ายังไงๆ คนขายก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอม ลองไตร่ตรองดูว่าจำเป็นหรืออยาก ได้มากแค่ไหน ถ้ามากเราคงต้องเป็นฝ่ายใจอ่อนเสียเอง แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ก็เก็บเงินไว้ ยังมีอีกตั้งหลายร้าน
ที่สำคัญเวลาต่อราคาของ อย่าทำเหมือนกับว่าของก็งั้นๆ ถ้าเราทำแบบนี้ คนขายก็ไม่อยากจะขายให้เราเหมือนกัน ลองทำเทคนิคที่เอามาฝากนี้ไปใช้กันดูนะคะ :)
คนที่ไปดูหนังเรื่อง รหัสลับดาวินชี (Davinci Code) อาจสงสัยเรื่องของพระเยซูจริงๆขึ้นมา จริงๆถ้าไปถามชาวคริสต์ทั่วไป หรืออ่านไบเบิลอาจได้ข้อมูลไม่ครบ ไม่ได้เกี่ยวกับรูปวาดของลีโอนาร์โดนะครับ (วาดหลังเยซูพันกว่าปี) แต่เพราะว่าจริงๆแล้วหลังจากเยซูสิ้นพระชนม์ไปได้ไม่ถึงร้อยปี ก็มีลูกศิษย์เขียนหนังสือหรือ Gospel ไว้มากกว่า Gospel แค่ 4 เล่มที่ชาวคริสต์ยอมรับ
ในกลุ่ม Gospel ที่ไม่ได้รับการยอมรับนี้ มี 1 เล่มที่ถือว่าสำคัญเพราะเวลาเขียนใกล้เคียงกับ 4 เล่มที่ชาวคริสต์ยอมรับ และนักประวัติศาสตร์สงสัยว่าน่าจะเขียนก่อนเล่มอื่นด้วยซ้ำ คือ Gospel of Thomas และอีกเล่มหนึ่งซึ่งมีสมมุติฐานว่าหายสาปสูญไป เรียกกันว่า Q Gospel (สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องราวของเยซู Thomas เป็น หนึ่งใน 12 ศิษย์เอกที่ร่วมใน The Last Supper) ทั้งสองเล่มเป็นบทรวบรวมคำพูดของเยซูล้วนๆไม่มีการเล่าเรื่อง ซึ่งนักโบราณคดีถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญทางประวิตศาสตร์
สาเหตุที่คริสตจักรไม่ยอมรับ Gospel of Thomas เพราะว่า หนังสือไม่ได้พูดถึงปาฏิหารย์อย่างเช่นการฟื้นคืนชีพของเยซู และยังใช้คำในลักษณะที่เยซูเป็นมนุษย์แทนที่จะเป็นพระเจ้าหรือบุตรของพระเจ้า ซึ่งเป็นหัวใจของความเชื่อที่โบสถ์คริสต์เผยแพร่
ในปี คศ 1985 เกิดการตั้งการประชุมสัมมนาพระเยซู (Jesus Seminar) ขึ้นเพื่อทำการศึกษาในเชิงประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ว่าพระเยซูได้ทำหรือพูดอะไรไว้จริงๆบ้าง
กลุ่มนี้ประกอบด้วยนักวิชาการร่วมร้อยคน จัดปีละ 2 ครั้ง เพื่อทำการถกเถียงและวิเคราะห์ โดยอาศัยหลักฐานต่างๆทางโบราณคดีมากมาย (รวม Gospel of Thomas ด้วย)
นอกจากนี้ยังมีการออกคะแนนเสียงเพื่อหาคะแนนความน่าเชื่อถือของแต่ละบทพูดที่พบในพระคัมภีร์ โดยให้คะแนน 3 ถ้าคิดว่าเยซูพูดจริง ให้ 2 ถ้าอาจจะพูด ให้ 1 ถ้าคิดว่ามีฐานมาจากความคิดของเยซู และ 0 ถ้าคิดว่าเป็นคำของคนเลื่อมใส
คำพูดเด่นที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุด ได้แก่ "Turn the other cheek"
"You have heard that it was said, 'An eye for an eye, and a tooth for a tooth.' But I tell you, do not resist an evil person. If someone strikes you on the right cheek, turn to him the other also. And if someone wants to sue you and take your tunic, let him have your cloak as well. If someone forces you to go one mile, go with him two miles. Give to the one who asks you, and do not turn away from the one who wants to borrow from you."
แปลตามประสาคนสะกิดได้ว่า
"ท่านคงเคยได้ยินเรื่อง ตาต่อตา ฟันต่อฟันมาแล้ว แต่ฉันขอบอกว่า ไม่ต้องไปต่อสู้กับคนชั่ว ถ้ามีคนมาตบแก้มขวาของท่าน หันแก้มซ้ายให้เขาตบ ถ้ามีคนจะมาแย่งเอาผ้าชั้นในของท่าน จงมอบเสื้อคลุมให้เขาด้วย ถ้ามีคนบังคับให้ท่านเดินหนึ่งไมล์ จงเดินไปกับเขาสองไมล์ มอบให้คนที่ขอ และไม่ปฏิเสธคนขอยืม"
นอกจากนี้กลุ่มนี้ยังได้แปลไบเบิลให้อยู่ในภาษาอังกฤษยุคปัจจุบันออกตีพิมพ์ ชื่ิอว่า Scholars Version ด้วย
แน่นอนครับมีเสียงต่อต้านกลุ่มนักวิชาการกลุ่มนี้จากหลายด้าน แต่ฟังจากหลายแหล่งก็ดีกว่าแหล่งเดียวใช่มั้ยครับ
ใครที่อายุจะ 30 หรือ 30 นิดๆแล้ว ยังไม่ได้เป็นหัวหน้า ลองสังเกตตัวเองสักนิด ว่าขาดคุณสมบัติข้อไหนไปรึเปล่า
มองหาเป้าหมาย : หากคุณรู้สึกว่า สิ่งที่กำลังเป็นอยู่นี้ ก็สบายดีอยู่แล้ว ไม่ต้องตะเกียกตะกายหาความก้าวหน้า ก็ไม่ต้องแปลกใจค่ะ ที่คุณยังอยู่ตรงนี้
ทำงานจริงจัง : แต่ละวัน คุณทำงานเต็มที่แล้วหรือยัง การทำงานในหน้าที่โดยรับผิดชอบงานให้สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เสร็จ ๆ ไป เป็นการบ่งบอกถึงฝีมือและความตั้งใจที่ทุ่มเทให้ หากคุณได้พัฒนาไปเรื่อย ๆ จะค้นพบถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของตนเอง
แสดงความรับผิดชอบ : เมื่อคุณกล้าแสดงความรับผิดชอบมากขึ้น คุณก็เหมาะกับหน้าที่ ที่ต้องมีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น
มีความเป็นผู้นำ : สปิริตในการกล้าคิด กล้าทำ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ไม่ปัดความรับผิดชอบ พร้อมเข้าใจ และรับฟังทุกข์สุขของลูกน้อง เป็นสิ่งที่สำคัญมาก
แสดงความคิดเห็น : หากไม่เคยมีความคิดความเห็น ที่เสนอให้เป็นประโยชน์เพิ่มพูนกับบริษัท ถ้าเป็นหัวหน้ารับผิดชอบสูงขึ้น คุณก็ไม่สามารถบริหารจัดการด้วยตนเองได้
เพิ่มขีดความสามารถ : การทำงานของคุณอาจยังไม่โดดเด่นเข้าตากรรมการ หรือยังมีจุดบกพร่องขัดขวางไม่ให้ไต่ระดับแม้วัยจะเหมาะสมแล้วก็ตาม ปรึกษาผู้รู้ หาความรู้เพิ่ม เข้าครอสผู้บริหารเพื่อเรียนรู้ความเป็นผู้นำ หรือศึกษาความชำนาญพิเศษ ให้ทันโลกทันเหตุการณ์อยู่เสมอ
อย่าลืมนำเคล็ดลับนี้ ไปปรับใช้กันดูนะคะ
ส่วนใหญ่เสื้อที่มีคราบหมากฝรั่งมักจะเป็นการนั่งทับ ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ออก เรามีวิธีง่ายๆมาฝากกันค่ะ
วิธีคือ เพียงนำเสื้อตัวโปรดที่เปื้อนหมากฝรั่ง ของคุณไปแช่ช่องน้ำแข็ง เพื่อให้หมากฝรั่งแข็งตัว แล้วค่อยดึงออก เห็นไหมคะไม่ยากเลย
คราวหน้าถ้าโดนคราบหมากฝรั่งอีก ไม่ต้องกลัวแล้วหล่ะค่ะ :)
เอาสูตรทำขนมอร่อยมาฝากจ้า
ส่วนผสม
แป้งเค้กพัดโบก 100 กรัม,เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา, ผงโกโก้ 20 กรัม, นมผง (หางนม) 8 กรัม, น้ำตาลทราย (1) 120 กรัม, เกลือ 1/4 ช้อนชา, น้ำ 100 กรัม, น้ำมันพืช 50 กรัม, ไข่แดง 50 กรัม, ไข่ขาว 100 กรัม, น้ำตาลทราย (2) 66 กรัม, ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา, กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา,
วิธีทำ
ร่อนแป้งพัดโบก เบคกิ้งโซดา นมผง ผงโกโก้ เข้าด้วยกันในอ่างผสม เติมน้ำตาลทราย (1) เกลือ คนให้เข้ากัน จากนั้นเทน้ำมันพืช ไข่แดง น้ำ กลิ่นวานิลลา คนส่วนผสมแรง ๆ เร็ว ๆ จนเข้ากัน
ตีไข่ข่าวกับครีมออฟทาร์ทาร์ด้วยความเร็วสูงสุด (ใช้หัวดีตะกร้อ) จนเป็นฟองหยาบ ๆ เติมน้ำตาล (2) ตีจนตั้งยอดแข็ง จากนั้นเปลี่ยนเป็นความเร็วต่ำ ตัดฟองอากาศจนส่วนผสมเนียนเป็นมันเงา
เทส่วนผสมในข้อ 1. ลงในส่วนผสมข้อ 2. คนตะล่อมเบามือให้เข้ากัน
เทลงในพิมพ์ที่รองกระดาษไขไว้ (ไม่ต้องทาไขมัน) อบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที แล้วเช็คสุกโดยการใช้นิ้วแตะเบา ๆ ที่ผิวเค้ก ถ้าผิวเค้กไม่บุ๋มจนทิ้งรอยนิ้วไว้แสดงว่าสุกแล้ว
ลองทำดูนะจ้ะ :)
เป็นคนที่ปวดหลังอยู่บ่อยๆรึเปล่าคะ ถ้าเป็นคนที่ปวดหลังบ่อยๆฟังทางนี้ค่ะ เรามีวิธีง่ายๆระงับอาการปวดหลังมาให้ฟังกันค่ะ
1.ฝึกพิลาทิส เป็นการออกกำลังกายที่เน้นไปที่การสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และลำตัว ท่าที่ใช้ในการลดอาการปวดหลังคือ ท่ายกเชิงกราน ท่าหนีบหมอน และท่าหมุนข้อเท้า เคล็ดลับคือ เมื่อหายใจเข้าต้องเอาอากาศ เข้าไปเต็มปอด ซึ่งจะรู้สึกว่าสะดือถูกยกขึ้น และค่อยๆ หายใจออกทางปาก และกดสะดือ ลง
2.ว่ายน้ำ การว่ายน้ำจะช่วยลดอาการของโรคปวดหลังได้มากเพราะ ไม่สร้างแรงกดแรงกระแทก แต่ควรงดการทำ ท่ากบ เพราะต้องแอ่นหลังมาก
3.ปรับเปลี่ยนท่านอน ห้ามนอนคว่ำ นอนหงาย เพราะจะทำให้ กระดูกสันหลังแอ่น หากนอนหงายควรใช้หมอน ข้างใบใหญ่หนุนโคนขาจะทำให้สะโพกและเข่างอเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้กระดูกสันหลังหายแอ่นและแบนติดที่นอน การนอนตะแคงเป็นท่าที่ดีที่สุด แต่ต้องระวังเพราะอาจทำให้กระดูก สันหลังแอ่นก็ได้ แบนก็ได้ ฉะนั้นควรนอนโดยให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ สะโพกและเข่ากอดหมอนข้างไว้ ทำให้หลังโก่งเล็กน้อย
4. การหยิบจับของ ไม่ก้มตัวลงหยิบของในลักษณะเข่าเหยียดตรง การยกของหนัก ใช้วิธีเดียวกับการหยิบของ เมื่อย่อตัวแล้ว ให้ยกของหนักมาชิดตัว แล้วลุกขึ้นยืนด้วยกำลังขา ขณะที่อุ้มของหนักให้ของชิดตัวตลอดเวลา เมื่อจะวางของ ลงให้ทำเช่นเดียวกับตอนยกขึ้น
ขั้นตอนทั้ง 4 นี้สามารถทำให้ท่านลดอาการปวดหลังไปได้บ้าง ลองฝึกทำบ่อยๆดูนะคะ แต่ถ้ามีอาการปวดมากๆ แนะนำให้ไปหาคุณหมอค่ะ :)
สูตรนี้ เหมาะสำหรับ สาวผิวแห้งนะคะ
วิธีทำ
กล้วยหอมสุก 1/2 ลูกมาบด
ผสมกันน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน
ถ้าชอบความรวดเร็ว ก็ใช้ปั่นในเครื่องปั่นเลยก็ได้ค่ะ
พอได้ส่วนผสม ก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที
แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น มาส์คกล้วย + น้ำผึ้งนี้จะช่วยให้ผิวแห้งกลับมานุ่ม…และตึงสวยค่ะ
ลองทำดูนะคะ