ใบไม้ต่างก้อมีหลากสีสันพร้อมรอวันเติบโตและโรยรา
แต่ทุกวันเมื่อใบไม้กระทบแสงแดดก็จะเริ่มเกิดเงาและเห็นสีที่แตกต่างไปจากเดิม
เพียงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่นานเท่านั้น
ชีวิตคนเราทุกวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากสีของใบไม้แต่ละใบที่ย่อมแปรผันไปตามกาลเวลา
ฉะนั้นถ้าเรามัวแต่นั่งรอเวลาที่จะทำอะไรบ้างอย่างอยู่แล้วไม่ลงมือทำสีของใบไม้ก้อจะเริ่มเปลี่ยนสี
และบางทีอาจโรยราจนบางทีใบจะร่วงหมดต้นก่อน
ต้นไม้แห่งความฝันก้อจะสลายไปโดยไม่รู้ตัว
แต่ไม่นานมันก้อจะผลัดใบใหม่ขึ้นมาแทน
แล้วฝันอาจผลิดอกออกผลขึ้นมาใหม่แต่คงต้องรอสิ่งเดียวเท่านั้น
คือ.......................เวลา
ที่ไม่มีใครรู้เลยว่า..................................................เมื่อไร
สะกิด เอากลอนรัก แบบโดนใจ มาฝาก
ฉันรักเธอ..เท่านั้นมันก็พอ
แต่ฉันขออะไรหน่อยได้ไหม
เธอไม่รักไม่คิดถึง..ไม่เป็นไร
แต่ช่วยรับรู้ไว้.. ว่ารักกัน
อย่าทำเหมือนเธอไม่รู้สึก
ว่าส่วนลึกภายในหัวใจฉัน
มีเธอเก็บไว้มานานวัน
รับรู้แค่นั้น..ได้ไหมเธอ
แอบรักใคร ถ้าไม่บอกให้เค้ารู้ตัว ระวัง จะมานั่งเสียใจทีหลังนะ (กล้าๆเข้าไว้)
กลอนนี้สะกิด มอบให้กับคนที่กำลังจะย้ายจากเพื่อน ไปเรียนที่อื่น
เพื่อนรักห่างไกลใจคอยเฝ้า
เก็บวันเก่าที่เราร่วมสานฝัน
เก็บความรู้สึกนึกคิดในคืนวัน
เฝ้าคอยฝันเพื่อนรอวันจะกลับมา.
เพื่อนอาจจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา แต่ยังไง เพื่อนก็ยังอยู่ในใจเราเสมอ ที่สำคัญ ได้เพื่อนใหม่ แล้วอย่าลืม ให้ความสำคัญกับเพื่อนเก่านะคะ
วิธีง่าย ๆ
นำน้ำตาลทรายมาผสมน้ำ แล้วถูตรงบริเวณที่มีลิปสติกเปื้อน จากนั้นหาผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดออก
อีกวิธีคือใช้ยาสีฟันหรือวาสลินทาตรงรอยเปื้อน แล้วเอาไปซักตามปกติ
รอยลิปสติกจะค่อยๆ จางหายไป ลองนำไปใช้ดูนะคะ
สะกิด มีเรื่องสั้น ที่เกี่ยวกับความรักของลูก กับ แม่ มาฝาก ลองอ่านดูนะคะ
ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดา จากบ้านไปศึกษาหาความรู้ยังต่างเมืองหลายปี เมื่อสำเร็จ การศึกษากลับมาก็พบว่า มารดากำลังป่วยหนัก ด้วยโรคที่หาสาเหตุไม่ได้ คนรับใช้รายงานว่านางกินไม่ได้ นอนไม่หลับจนซูบซีดผ่ายผอมลงทุกวัน “ลูกสัญญาจะเสาะหายาดีๆ มารักษาแม่ให้ได้ แม้ต้องลำบากอย่างไรก็ยอม” เขาบอกมารดาด้วยใจกตัญญู สั่งคนรับใช้ให้ดูแลนาง แล้วรีบเร่งเดินทางไปหาซื้อยา จากบรรดาหมอที่มีชื่อเสียง เขารีบนำยากลับมา สั่งคนรับใช้ปรุงให้มารดาดื่มกิน แต่อาการ ของหญิงชราก็ไม่ดีขึ้น เขาจึงเร่งรีบเดินทางไปเสาะหายาอีกครั้ง แต่ละครั้งที่ได้ยาตัวใหม่ เขาจะรีบกลับมา ให้คนรับใช้ต้มและป้อนนาง ส่วนตนเอง หมกมุ่นอยู่กับการทำงานหนัก เพื่อจะได้มีเงินมากๆ ไว้ซื้อยาราคาแพง และอาหารชั้นเลิศ ที่เชื่อว่าจะช่วยให้มารดาหายป่วย แต่ดูเหมือนว่ายาใดๆ ก็ไม่ได้ผล ชายหนุ่มทุกข์ใจยิ่งนัก
คืนหนึ่งเขาฝันไปว่ามีซินแส ชราที่อยู่ในกระท่อมเล็กๆ บนภูเขาสูงสามารถช่วยแม่เขาได้ .... (อ่านต่อ)
เค้าว่า หัวเราะเป็นยาอายุวัฒนะ แต่หัวเราะผิดเวลา ผิดที่ อาจกลายเป็นยาเรียกฝ่าเท้าก็ได้
ท่านที่มักมีอาการหัวเราะพรวดพราดผิดเวลา โดนเพื่อนๆมองตาขวาง เพราะไม่มีคนอื่นขำด้วย ขอเสนอวิธีกลั้นขำผิดเวลา:
ศึกษาว่าสถานการณ์ไหนไม่ควรขำ (เช่น ไปขำต่อหน้าญาติที่มาเยี่ยมคนติดคุก)
ดูว่าคนอื่นขำ หรืออมยิ้มกันอยู่รึป่าว ถ้าไม่ เตื่อนตัวเองอย่าขำจนกว่าเค้าจะขำกัน
ถ้าเห็นคนที่มีอาการขำผิดเวลา ให้เดินออกห่างให้เร็วที่สุด
คิดถึงสิ่งที่เศร้าและหดหู่ ถ้าคิดไม่ออก ลองนึกถึงข่าวรายวัน (ระวังข่าวอุบาทว์ กลั้นขำด้วยความสมเพช ไม่อยู่ หรือข่าวฝืดๆอย่างในสะกิด เมื่อ 2-3 วันนี้ ที่ไม่อาจอดกลั้น สมเพชผู้เขียนได้)
หยิกตัวเอง กัดกระพุ้งแก้ม หรือ กัดลิ้น (เบาๆ) กลั้นหายใจ
ถ้ามันจะหลุดออกมาแล้ว ก็ทำเป็นไอทับซะ (ฮ่าๆ อะแฮ่มๆๆ) แล้วเดินหนีออกมาห่างๆ
กรณีงานศพ ถ้าหลุดขำให้เปลี่ยนเป็นร้องไห้ (ฮ่าๆ โฮๆๆๆ) แล้วเดินออกมาห่างๆคน
พ่นลมหายใจออกเยอะๆ จะทำให้หมดแรงขำ
ถ้าใช้วิธีข้างบนไม่ได้ ให้เอามือปิดปากปิดจมูก คนอื่นจะได้ไม่เห็น พยายามอย่าให้มีเสียง
ถ้ามันขำสุดทน เดินออกไปขำในที่ไม่มีคน จนกว่าจะพอใจ
คำเตือน
การกลั้นหายใจอาจทำให้ขำพรวดดังกว่าเดิม
การขำผิดกาลเทศะ เป็นประจำ อาจเป็นผลจากความผิดปกติทางประสาท หรือ สมอง ควรไปพบแพทย์
ลองอ่านดูนะ
ก่อนแต่งงาน
เขา: ใช่เลย! ในที่สุดก็ถึงเวลาซักที ผมรอไม่ไหวแล้ว
เธอ: เธอคิดจะเลิกกับฉันไหม?
เขา: ไม่แน่นอน อย่าแม้แต่เพียงแค่คิด
เธอ: เธอยังรักฉันอยู่หรือเปล่า?
เขา: แน่นอน!
เธอ: เธอเคยคิดจะเอาเปรียบฉันบ้างหรือเปล่า?
เขา: ไม่หรอก! ทำไมเธอถามอย่างนี้ละ
เธอ: เธอจะจูบฉันไหม?
เขา: ได้ซิ!
เธอ: เธอจะทำร้ายฉันไหม?
เขา: ไม่มีทาง! ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น
เธอ: ฉันจะไว้ใจคุณได้ไหม?
ปัจจุบัน หลังจากแต่งงาน คุณแค่อ่านจากบรรทัดล่างสุด ขึ้นด้านบน.........
อ่านจบ แล้วอดยิ้มไม่ได้ :)
จากข่าวเก่าครึกโครมเมื่อหลายๆวันก่อน เรื่องมีกลุ่มจ้องสังหารผู้นำผู้รักษาการงานใหญ่ๆโตๆระดับประเทศนั้น สะกิดได้เบาะแสหนึ่งในทีมมือปืนสังหารแล้ว ทีมนักวิเคราะห์ของเราศึกษาภาพถ่าย แล้วระบุว่า ดูจากการจับปืน เชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นผู้ได้รับการฝึกยิงแม่นยำระยะไกลมาไม่น้อย พร้อมกล่าวว่า ดูจากใบหน้าแล้ว น่าจะเป็นแมว ซึ่งไม่ใช่การง่ายที่เจ้าหน้าที่ ทีมปราบปรามฝ่ายตรงข้าม ทีมไล่ล่ามือปืน จะตามจับได้ง่ายๆ เพราะนักวิเคราะห์เชื่อว่า แมว สามารถกระโดดไปในที่สูง และแอบซ่อนตามซอกหลืบที่คนหรือมนุษย์ ไม่อาจเข้าถึงตัวได้