หนัง ตลกใหม่ สร้างความฮือฮาที่งาน Sundance Film Festival กำกับและเขียนโดย Andrew Fleming และ Pam Brady คนเขียน South Park และTeam America เข้าฉายกรกฎาคมนี้
ฟิกเกอร์ 1/11 สวยงามจับจิต จาก การ์ตูนแฟนตาซีแปลกใหม่ แนวเศรษฐกิจ การค้า .. กำลังลงหนังสือ Dengeki Maoh อยู่ และ กำลังจ่อคิวลง ทีวี ปีหน้า พร้อมเกมส์ นินเทนโด DS ..
เรื่องย่อ .. ในเมืองสมมุติ สมัยประมาณยุคกลาง ยุโรป พ่อค้านักเดินทางชื่อ Lawrence ค้าขายไปตามเมืองต่างๆมาเป็นเวลา 7 ปี ด้วยความฝันที่จะเก็บเงิน เพื่อมีร้านเป็นของตัวเอง วันหนึ่ง เขาเดินทางมาพบกับ Holo (ฟิกเกอร์ในรูป) สาวมีหูมีหางของหมาป่า เธอเป็นเทพผู้ดูแล ผลิตผลการเกษตร ของเมือง มาหลายปี เธอขอออกเดินทางไปกับ Lawrence เพื่อดูโลกที่เปลี่ยนไป
หมวด:
ของ,
ของสะสม,
ของน่ารัก,
ของเล่น,
ของแปลก,
ของแจ๋ว,
ของใช้,
หนังสือการ์ตูน,
รูปน่ารัก,
รูปเด็ก,
การ์ตูน,
ช้อปปิ้ง,
ฟิกเกอร์
ก่อนจะกินก๋วยเตี๋ยว ใครมีวิธีปรุงแบบไหน เลือกแบบนั้นนะจ้ะ
ปรุงไป ชิมไป : เป็นคนละเอียดถี่ถ้วน แต่บางทีก็อาจมากเกิน ไปจนกลาย เป็นคนจุกจิกได้ ข้อน่ารักของเพื่อนคนนี้ก็คือ เข้ากับคนง่าย ร่าเริง
แต่บางที ก็เจ้าอารมณ์ขี้งอนเล็กๆ แถมยังตามตื๊อ เก่งอีกตะหาก
ไม่ปรุง : คนๆนี้ ท่าทางใจดี คบง่าย ไม่เก๊กไม่วางมาด อาจจะเป็นเพราะบุคลิกดูเรียบๆ สบายๆ เลยทำให้หลายคน อยากอยู่ใกล้ เพราะเขาช่างตามใจ
ข้อเสีย คือรักสบายมากไป จนกลายเป็นคนไม่กระตือรือร้นได้
ชิมก่อนปรุง : เป็นคนค่อนข้าง ระมัดระวัง รักความเป็นระเบียบแบบแผน เป็นเด็กตั้งใจเรียน อาจจะเป็นเพราะว่าให้ความสำคัญกับหน้าที่ และ ไม่ค่อยเกเรก็เป็นได้ อ่อนโยนไม่ค่อยทำร้ายจิตใจใคร
ข้อเสีย เป็นคนค่อนข้างอ่อนไหว ถ้ามีคนใกล้ตัว เข้าข่ายข้อนี้ ก็อย่าทำให้เขาโกรธละกัน ไม่งั้นต้องง้อจนเมื่อยปากเลย
ปรุงทันที แบบรสชาติเข้มข้น : คนแบบนี้เวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อนจะเฮฮา หัวเราะเสียงดัง มีมุขตลกที่ทำให้ ใครๆ ติดอกติดใจได้ง่าย ออกแนวซนปนเซี้ยว นิดๆ ซี่งมาจากนิสัยชอบความโลดโผนและ รักการผจญภัยของนั่นเอง
แต่ที่ต้องระวังนิดนึงก็ คือ อีกด้านหนึ่งของคนคนนี้ เขาฉลาดปราดเปรื่อง แต่ออกจะเจ้าเล่ห์นิดๆ ที่สำคัญใจร้อนและเด็ดขาด
ปรุงทันที : เป็นคนขี้หงุดหงิด ดูเผินๆ เขาเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน คุยเก่ง แต่ถ้ามี อะไร ไม่พอใจล่ะก็หน้าจะหงิก แถมบ่นแหลกเลย เขาออกจะเป็น คนคิดเร็วทำเร็ว บางครั้งเลย ขาดความรอบคอบ มักใช้สัญชาตญาณมากกว่า เหตุผล คนประเภทนี้ มีความจริงใจ และคบง่าย
แต่อาจจะปากไวไปนิด แถมสวมวิญญาณนักวิจารณ์เข้าไปอีก
ไงจ้ะ ตรงกับตัวเองรึเปล่า :)
นกตัวนี้ฉลาดจริงๆเลยนะคะ มันแกะเปลือก เมล็ดเองไม่เป็น เพราะแข็งมาก เลยให้รถยนต์ที่แล่นบนถนน คอยช่วยแกะเปลือกออกให้ :)
แมวตัวนี้สงสัยจะไม่มีที่อยู่ แอบมานอนเล่นในเครื่องซักผ้าซะได้ ถ้าไม่มีคนเห็น คงจะกลายเป็นแมวตากแห้งแล้วนะนี่ :)
น่ารักดีนะ มีคาบป้อนให้ถึงปากเลย
เป็นเรื่องเล่า ที่สะกิด เก็บมาฝาก (เค้าบอกว่า เป็นเรื่องจริงนะคะ)
วันนี้เลิกงานเร็ว เลยพาพี่นุ่มไปซื้อของใช้ที่ห้างแห่งหนึ่ง รอต่อแถวจ่ายตังค์นานเลย เจ้านุ่มก็เริ่มงอแงๆ ง่วงนอน สังเกตุว่าคิวด้านหน้าเรามากันเป็นครอบครัว มีพ่อแม่ลูกสาววัยประมาณเจ้านุ่ม แล้วก็ผู้ชายสูงอายุคนหนึ่ง ที่หนูน้อยเรียกว่า"ปู่" คุยกันยิ้มแย้มแจ่มใสดี ซื้อของใช้ล้นตระกร้าเชียวค่ะ
พอแคชเชียร์คิดเงินของครอบครัวนี้จนเสร็จได้ยินคร่าวๆว่า "ทั้งหมดพัน(กว่าๆ)บาทค่ะ...." ผู้เป็น"ปู่"
เป็นคนเปิดกระเป๋าสตางค์ใบเก่าๆ จะจ่ายเงิน พร้อมทำท่าอ้ำอึ้ง มีลูกชายลูกสะใภ้จ้องตาเขม็ง หุบยิ้มทันที
ว่าไงพ่อ จ่ายเค้าไปสิ ลูกชายบอก คุณปู่ยังทำท่าอ้ำอึ้ง ไหน ดูหน่อย มีตังค์เท่าไหร คุณปู่ยื่นกระเป๋าตังค์ให้ดูข้างใน
อ้าว ไหนว่ามีตังค์เยอะไง แล้วแบบนี้จะชวนมาซื้อของทำไม ไม่มีตังค์จ่ายก็ไม่บอก อายเค้าจริงๆ ลูกชายลูกสะใภ้ พากันมองคุณปู่ด้วยสายตาที่เหมือนดูถูก... รำคาญ
ในที่สุดเค้าก็พากันทำสิ่งที่เราไม่อยากจะเชื่อสายตา คืออุ้มลูกเดินหนีไปเลย พร้อมกับโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ไม่สนใจลูกสาวที่ร้องว่า "ปู่ๆๆๆ ปู่มาด้วย"
คุณปู่ยืนคอตก หน้าเศร้าอยู่หน้าแคชเชียร์ พอเด็กถามว่าจะเอายังไง คุณปู่เปิดกระเป๋าตังค์ให้เด็กดู แล้วบอกว่าให้คิดเงินตามนี้ ได้ของเท่าไหร่เท่านั้น (เด็กนับแล้วมีแปดร้อยบาทค่ะ)
ระหว่างรอแคชเชียร์คิดเงินใหม่ ได้ยินคุณปู่เล่าว่า แกบ้านอยู่ต่างอำเภอห่างไปเป็นร้อยกิโล ลูกหลานไม่ไปหานานแล้ว แกจึงตัดสินใจ รวบรวมเงินทั้งหมดที่มี นั่งรถเข้ามาเยี่ยมลูกหลานในเมือง แล้วชวนออกมาซื้อของ ลูกแกก็ไม่ถามสักคำว่าเงินมีเท่าไหร่ หยิบของเอาๆ แกก็ไม่เคยรู้ราคาของ เพราะอยู่บ้านนอก ก็ซื้อร้านของชำทีห้าบาทสิบบาท ใครจะจะรู้ว่า ของในห้างใหญ่เค้าซื้อกันทีละเป็นพัน
เราจ่ายเสร็จเห็นคุณปู่ยังเดินเคว้งอยู่แถวๆนั้น ก็เลยถามแกว่าจะกลับยังไง แกบอกว่าพอขึ้นรถกลับเป็น (อ้าวแล้วตังค์ล่ะ เมื่อกี้เห็นจ่ายไปหมดแล้วนี่นา ) แต่ก็ยังลังเลอยู่ กลัวลูกกลับมาตามหาแล้วไม่เจอ มือถือก็ไม่รู้เบอร์
เลยตัดสินใจพาคุณปู่ ไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ประกาศหาลูกค่ะ จากนั้นเราบอกให้รอสักพัก ถ้าลูกไม่มาจริงๆ ให้ไปขึ้นรถที่คิวรถ (ฝากเด็กที่ปชส.ค่ะ ว่าให้ย้ำคุณปู่อีกที) พร้อมกับให้เงินแกเป็นค่ารถไว้ค่ะ จริงๆอยากรอดูสักพัก แต่เจ้านุ่มไม่ไหวแล้วค่ะ งอแงเหลือเกิน
คุณปู่น้ำตาคลอบอกเราว่า "มันคงไม่ทิ้งปู่จริงๆหรอกนะ นี่ก็ได้ของไปเยอะเหมือนกัน ถึงจะซื้อได้ไม่หมดก็เถอะ นี่มันไม่เคยกลับไปหาปู่เลย ก็เพราะปู่มันจน ไม่มีสมบัติอะไรให้" เราปลอบใจแกไปบอกว่าเดี๋ยวเค้าคงกลับมาน่ะ คงเดินไปดูอย่างอื่นก่อน
เดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลยค่ะ หันหลังกลับไปมองเห็นคุณปู่ยังยืนคอตกที่เดิม
ในใจคิดวนเวียนตลอดเวลานี่เค้าทำแบบนี้กับพ่อตัวเองได้ยังไงนะ พ่อไม่มีตังค์พอเนี่ย มันผิดด้วยหรือ? เค้าไม่รู้หรือไงว่า เงินเท่านี้ อาจจะเป็นเงินที่คุณปู่เก็บมาทั้งชีวิตก็ได้ (คนชนบทจะไปหาเงินจากไหนล่ะ?) ...
แล้วเค้าจะสอนลูกให้กตัญญูต่อพ่อแม่ได้อย่างไร ก็ทำพฤติกรรมแบบนี้กับพ่อตัวเองให้ลูกเห็น
จริงอยู่ พื้นฐานครอบครัวนี้อาจจะมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านี้ แต่เป็นเรา เราคงไม่มีวันทอดทิ้งพ่อ ให้ได้รับความเจ็บปวดอับอาย จากการที่ไม่มีเงินซื้อของให้ลูกหลานได้พอแบบนี้หรอก เป็นเรา เราคงบอกพ่อว่า
" ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ กลับบ้านเราเถอะ"
น่าสงสารเจ้าหนูตัวนี้จัง กว่าจะได้กิน ลำบากเหลือเกิน