เป็นเรื่องราวของชาวนา ซึ่งชาวนาไม่พอใจกับชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง เขาอยากได้เงินมากๆเพื่อจะได้อยู่อย่างสะดวกสบาย แต่แล้วเขาก็ได้ค้นพบว่า "ความจริงแล้วสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไม่ใช่เงินทองแต่เป็นการพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่" อยากรู้รึเปล่าว่าสิ่งที่ชาวนาค้นพบนั้นคืออะไร ลองอ่านดู แล้วจะรู้ว่าชาวนานั้นค้นพบความสุขกับการมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
ใบไม้ต่างก้อมีหลากสีสันพร้อมรอวันเติบโตและโรยรา
แต่ทุกวันเมื่อใบไม้กระทบแสงแดดก็จะเริ่มเกิดเงาและเห็นสีที่แตกต่างไปจากเดิม
เพียงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่นานเท่านั้น
ชีวิตคนเราทุกวันนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากสีของใบไม้แต่ละใบที่ย่อมแปรผันไปตามกาลเวลา
ฉะนั้นถ้าเรามัวแต่นั่งรอเวลาที่จะทำอะไรบ้างอย่างอยู่แล้วไม่ลงมือทำสีของใบไม้ก้อจะเริ่มเปลี่ยนสี
และบางทีอาจโรยราจนบางทีใบจะร่วงหมดต้นก่อน
ต้นไม้แห่งความฝันก้อจะสลายไปโดยไม่รู้ตัว
แต่ไม่นานมันก้อจะผลัดใบใหม่ขึ้นมาแทน
แล้วฝันอาจผลิดอกออกผลขึ้นมาใหม่แต่คงต้องรอสิ่งเดียวเท่านั้น
คือ.......................เวลา
ที่ไม่มีใครรู้เลยว่า..................................................เมื่อไร
ทิศของหัวเตียงนอนนี่ก็สำคัญเหมือนกันนะคะ ลองอ่านดูค่ะ
การจัดเตียงนอนสำหรับบ้านเรานั้น ถือว่าสำคัญมาก ห้ามหันหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกเด็ดขาด เพราะทิศตะวันตก คือ ทิศที่คนเราเมื่อตายไปแล้ว เขาจะหันหัวไปทางทศตะวันตก เพราะฉะนั้น เรา ยังไม่ตายเราก็อย่าหันหัวเวลานอน ไปตามทิศของศพคนตาย อย่าทำให้ชีวิตตกไปตามแสงของตะวัน ส่วนมากเตียงนอนจะหันไปทางอื่น ที่ไม่ใช่ทิศตะวันตก เพราะฉะนั้น คนที่ออกแบบห้อง จึงต้องดูทิศให้ดีๆ ไม่อย่างนั้น คงตกงานแน่ๆ
ใครที่ยังหันหัวนอนไปยังทิศตะวันตกอยู่ อย่าลืมปรับปรุงใหม่ซะนะคะ :)
สะกิด เอาเคล็ดลับ ขจัดความเครียดมาฝาก
ฝึกหายใจ : นั่งลงและเอนหลังกับพนักเก้าอี้ในท่าสบาย สูดหายใจเข้าลึกๆ และช้าๆ วิธีนี้ จะสามารถขจัดความเครียดออกไปได้
นวดฝ่าเท้า : ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนฝ่าเท้า แล้วนวดคลึงเบาๆ เพื่อคลายเส้นที่ปวดตึง โดยไล่จาก ส้นเท้า ไปจนถึงปุ่มโคนหัวแม่เท้า แล้วจึงค่อยนวดวนออกไปด้านนอกฝ่าเท้า
น้ำช่วยได้ : แค่น้ำเปล่าเย็นๆ หรือน้ำส้มคั้นสดๆ จากตู้เย็นเพียงหนึ่งแก้ว ก็สามารถทำให้ รู้สึกผ่อนคลายในยามเครียด ได้อย่างประหลาด
กลิ่นหอมขจัดเครียด : น้ำมันหอมที่มีกลิ่นหอมสดชื่น ที่เรารู้จักคุ้นหูกันดีในนามของ Aromatherapy สามารถช่วยคลายเครียดได้ เพียงเทน้ำมันหอม ลงบนฝ่ามือ แล้วนวดคลึงเบาๆ บริเวณขมับ ก็จะทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง
ขจัดความเมื่อยขบให้ลำตัว : เมื่อความเครียดรุมเร้าจะปวดไหล่ หลังและคอ ลองเปลี่ยนอิริยาบทง่ายๆ โดยขยับตัว ออกมานั่งตรงส่วนปลายของเก้าอี้ วางเท้าลงที่พื้นในท่าสบาย จากนั้นวางมือขวาที่ต้นขาซ้าย แล้วเอื้อมมือซ้าย ไปจับที่พนักเก้าอี้เหนือไหล่ขวา บิดตัวไปทางซ้ายช้าๆ จนสุด พร้อมเป่าลมออกจากแก้ม สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับหมุนตัวกลับไปในท่าตรง แล้วค่อยๆ ปล่อยลมออกทางปาก จนกลับมาอยู่ในท่าตรง สลับทำแบบเดียวกันด้านขวาและทำหลายๆ รอบ
ลองทำดูนะคะ :)
สะกิดเอาวิธีปัดขนตาให้สวย มาฝากจ้า
ถ้าแปรงปัดชุ่มไปด้วยเนื้อมาสคาร่า ให้ใช้กระดาษทิชชูซับขนแปรงก่อน จะทำให้มาสคาร่าไม่เลอะขณะปัดตา
ควรหลีกเลี่ยงการชักแปรงเข้าออกจากหลอด เพราะจะทำให้เนื้อมาสคาร่าแห้งเร็ว
ถ้าอยากให้เนื้อมาสคาร่าติดแปรงปัดมากขึ้น ให้หมุนแปรงขณะที่อยู่ข้างในหลอด
ควรปัดมาสคาร่าเคลือบขนตามากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้ขนตาดูหนาและยาวขึ้น ควรปัดซ้ำอีกรอบโดยปัดจากโคนขนตา ไปถึงปลายขนตา หากปัดพลาด ให้ปัดซ้ำครั้งที่ 3 เฉพาะตรงปลายขนตาเท่านั้น และควรรอให้มาสคาร่าครั้งแรก แห้งก่อนแล้วจึงปัดซ้ำอีกครั้ง
การปัดมาสคาร่า ที่ขนตาล่างให้ปัดแปรงไปตามแนวขวางเพื่อไม่ให้เนื้อมาสคาร่าเลอะเกินไป ช่วยให้ขนตาไม่ติดกันเป็นแพและแข้งกระด้าง
อายุของมาสคาร่าอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ถ้าทิ้งไว้นานกว่านี้เนื้อมาสคาร่าจะแห้งและเกาะกันเป็นก้อน
ถ้ามีรอยคล้ำที่ดวงตา ให้ปัดเฉพาะขนตาบนเท่านั้นเพราะจะทำให้ดวงตาเปล่งประกายสดใส
ถ้าเป็นคนที่มีตาชิด ให้ปัดมาสคาร่าเฉพาะด้านหางตาทั้งขนตาบนและล่าง
ถ้าคนมีดวงตาโตลึก ให้ปัดมาสคาร่าทั้งขนตาบนและล่าง และแปรงตาให้เรียงเส้นสวยงาม
ถ้าเป็นคนตาเล็ก ให้ปัดมาสคาร่าเฉพาะขนตาบนและเน้นที่ขนตาด้านนอก
ลองเอาเกร็ดความรู้นี้ ไปปรับใช้กันดูนะคะ :)
รักหมดใจ หรือ ใจหมดรัก คำสองคำ ที่เขียนเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน ราวฟ้ากับดิน วันนี้เอาแบบทดสอบมาฝาก มาดูกันว่า เขายังรักคุณหมดใจรึเปล่า แบบทดสอบ รักหมดใจ หรือ ใจหมดรัก
ขอให้โชคดีนะคะ :)
ธรรมชาติประการหนึ่งของคนในลิฟท์คือ ... ทุกคนจะวางตัวเย่อหยิ่งไม่รู้จัก ไม่มองหน้ากัน ไม่ยิ้มแย้ม ตาจ้องที่เลขบอกชั้น บรรยากาศเย็นยะเยือกเหมือนเกิดสงครามเย็น แต่คุณอาจเปลี่ยนแปลงมันได้โดย
กรณีที่ขึ้นหลายชั้น แกว่งตัวไปมาให้ลิฟท์โยกเยก พลางร้อง ''ฮุยเลฮุย ''
แจกนามบัตรและขอนามบัตร
ทำเสียงบึ้มทุกครั้งที่มีคนกดปุ่ม
จับมือคนที่เข้าใหม่ พลางพูดว่า ''ยินดีต้อนรับ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ"
ร้อง '' ติ๊งต่อง '' ทุกครั้งที่ประตูปิด -เปิด
ไอแห้งๆ เป็นระยะ บ่นพึมพำว่ายาวัณโรคหมดหลายเดือนแล้ว
ยืนเงียบๆ ที่มุมในสุด หันหน้าชิดฝา ไม่ขยับร่างกาย พึมพำคาถา ไม่ต้องลงแม้ลิฟท์จะขึ้นสุดแล้ว
พูดเสียงดังว่า '' เอ๊ะ ปุ่มอะไร ? '' แล้วกดปุ่มสีแดงที่เขียนว่าหยุดฉุกเฉิน
แง้มกระเป๋าถือ ชะโงกหน้าดูข้างใน พูดกับกระเป๋าว่า '' คุณสบายดีไหม ? อากาศในนั้นพอหายใจหรือเปล่า ? เดี๋ยวก็ถึงแล้ว"
พอประตูปิด ก็วิ่งไปทุบประตูแล้วร้องไห้ "เปิดๆๆ"
หันไปมองคนข้างหลัง แล้วถามว่าจับก้นผมทำไม
หันไปถามคนข้างๆ ว่า ชั้น 19 ค่าโดยสารเท่าไหร่
หยิบโทรศัพท์มาเม้าท์กับเพื่อน บ่นว่าตึกนี้ทำไมมีแต่คนหน้าตาอุบาทว์
มองผู้ชายข้างๆ แล้วทำน้ำลายไหล
ทำตัวเป็นกระเป๋าลิฟต์ คอยเก็บค่าโดยสารคนเข้าใหม่
กดโทรศัพท์(แกล้งก็ได้)แล้วพูดว่า"ระเบิดที่ให้วาง...เรียบร้อยแล้วครับ
ตอนมีคนเข้ามาก็ทักสวัสดีค่ะ/ครับ ตอนออกก็พูดว่ารับขนมจีบซาละเปาเพิ่มมั้ยคะ/ครับ
เวลามีคนเข้ามาเพิ่ม ทำเสียง "อ๊อดดดด.. " สัญญาณเตือนน้ำหนักเกิน
ลองทำดูนะคะ แต่อ่านดูแล้ว ขำๆทั้งนั้น ถ้าเอาไปใช้จริงสงสัย คนในลิฟท์ คงจะคิดว่าเราบ้า อยู่กันเงียบๆ กดดันๆ ไม่ชอบ :) (ที่มา E-mail)
กลอนรักเพราะๆ เพราะ ฉัน...รัก...เธอ
เพราะ...รู้ดีว่าไม่มีความสำคัญ
เพราะ...ว่าฉันมันไร้ค่าไม่เอาไหน
เพราะ...ฉันแย่เกินกว่าจะพูดไป
เพราะ...หัวใจมันห่างกันไกลแสนไกล
ฉัน...มันโง่ที่ยังทนอยู่แบบนี้
ฉัน...ไม่ดีพอจะรั้งเธอเอาไว้
ฉัน...ควรให้เธอนั้นเดินจากกันไป
ฉัน...จะทนได้หรือไม่ก็ช่างมัน
รัก...มากมายเกินกว่าเธอจะเข้าใจ
รัก...ข้างในความรู้สึกลึกลึกของฉัน
รัก...ที่สุดแม้ว่าเธอไม่รักกัน
รัก...ทุกวันทุกเวลาทุกนาที
เธอ...คือฟ้าที่คอยโอบกอดฉัน
เธอ...คือวันและเวลาที่แสนดี
เธอ...คือสีสันที่แต่งแต้มชีวิตนี้
และ...
เธอ...คือคนดีที่ฉันจะรักตลอดไป
ความรัก เป็นสิ่งที่สวยงามนะคะ จงภูมิใจในรักนะคะ :)