สำหรับท่านที่ไม่พอใจ หรือเบื่อรสชาติอสุจิของคู่ท่าน มีคนเค้าศึกษามาว่าอสุจิของคนกินมังสวิรัติ มีรสชาติดีกว่า (ไม่รู้ว่าต้องลองชิมกี่ตัวอย่างกว่าจะสรุปได้) เลยแนะนำวิธีปรับปรุงอาหารการกินเพื่อปรับปรุงรสน้ำอสุจิดังนี้
ไม่กิน
เหล้า, บุหรี่, เล่นยา, อาหารขยะ, สารสังเคราะห์, สีผสมอาหาร, สารกันบูด ฯลฯ
ผักกลิ่นแรง หรือมีรสขม: หอม, กระเทียม, กะหล่ำ, บร็อคโคลี่ (Broccoli)
เครื่องเทศ ของเผ็ด (ยกเว้นอยากได้อสุจิแซป)
กิน
ผลไม้สด, น้ำผลไม้, ผักสด, น้ำเปล่า วันละ 2 ลิตร
เพิ่มความหอมหวานด้วยสับปะรด หรือผลไม้ที่เพิ่มความเป็นกรดเพื่อไปลดความเป็นด่างในน้ำอสุจิ
ผลไม้, น้ำผลไม้หวาน
เซอเลอรี่, ซินนาม่อน, มิ้น (อันนี้จะเห็นว่ามีแต่ชื่อฝรั่ง ถ้าออกแนวไทยน่าจะเป็นพวก ขึ้นฉ่าย โหระพา)
คำเตือน
ให้เวลาร่า่งกายดูดซับอาหาร (เปลี่ยนรสอสุจิ) ซัก 12-24 ชั่วโมง (ไม่อร่อยว่ากันไม่ได้)
ผู้บริโภค/ชิม อสุจิบางคนอาจชอบรสออกเฝื่อนๆ คำแนะนำนี้เน้นรสหอมหวานกลมกล่อมเท่านั้น
ก่อนอื่น เราต้องทดสอบก่อนว่า น้ำผึ้งที่เราจะใช้นั้น เป็นน้ำผึ้งแท้รึเปล่า วิธีทดสอบ คือ ตั้งทิ้งไว้สักพัก ถ้าเป็นน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ จะสังเกตเห็นเกสรดอกไม้ ลอยอยู่ด้านบน
หน้าแห้งแตกเป็นขุย สาวที่มีผิวหน้าแห้งกร้านเหมือนอีสานแล้ง ควรทำเป็นอย่างยิ่ง นำไข่แดง 1 ฟอง และน้ำผึ้ง 1ช้อนผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
น้ำผึ้งสยบสิ้วเสี้ยนบนใบหน้า หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เช็ดหน้าให้แห้ง จากนั้นนำกล้วยหอมครึ่งลูก บดผสมกับน้ำผึ้ง นำมาทาบนใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งมีเอนโซม์ ที่ทำให้หน้าคุณชุ่มชื่นนุ่มนวลขึ้น และยังบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ด้วย
ผมหยาบกระด้างเกินเยียวยา ต้องลองสูตรนี้ หลังสระผมเสร็จ นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมันมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ ชโลมผมแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมคุณจะนิ่มและเงางามดุจเส้นไหม
สครับหน้าแบบง่าย ๆ เพียงนำน้ำผึ้งผสมกับแอ๊ปเปิ้ลมาปั่นรวมกัน ทาให้ทั่วใบหน้า พร้อมกับนวดเบา ๆ ความหยาบของแอ๊ปเปิ้ล จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้ออกไป ให้ผิวหน้าสดใสเปล่งปลั่งขึ้น
สูตรไล่ตีนกาออกจากหน้า นำแครอท 1 หัวเล็กมาปอกเปลือกและปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที
ลองทำดูนะคะ มีน้ำผึ้งติดตู้เย็นไว้ มีประโยชน์หลายอย่างนะคะ :)
ภาพอาหารปวดใจวันนี้ขอเสนอ Bun bo Hue ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำข้นรสแซ่ป จากเวียดนาม .. อะๆ เค้าบอกว่าไม่ใช่เฝอ (Pho) นะ เพราะว่าเส้นเค้าไม่เหมือนกัน เส้นของ Bun bo Hue หนาว่าเส้นเฝอ
น้ำซุปทำจากน้ำตุ๋นกระดูก ตะไคร้ พริก และเครื่องปรุงเยอะแยะ . เวลากิน มีผักให้เติมอย่าง ต้นหอม ถั่วงอก โหระพา ผักชี และ มะนาว
โอย เห็นแล้ว ทรมาณต่อมน้ำลาย
เครื่องปรุง
ฟักทอง 1/2 ลูก
กะทิ 1 กล่อง (500 ม.ล)
เกลือ, น้ำตาลปิ๊บ, น้ำตาลทราย
วิธีทำ
เทกะทิใส่หม้อ เปิดแก็ส ต้มให้พอควันขึ้น ระหว่างนี้ก็ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย
ใส่ฟักทอง ที่หั่นเป็นรูปลูกเต๋า ลงไปในหม้อ จนกระทั่งกะทิเดือด
ใส่น้ำตาลปิ๊บ, น้ำตาลทรายลงไป ปรุงรสตามชอบ
ตักใส่ถ้วย
เครื่องปรุง
ปูม้า 1 ตัว, ไข่ไก่ 1 ฟอง, ต้นหอมหั่นเป็นท่อนสั้น 3 ต้น, คึ่นฉ่ายหั่นเป็นท่อนสั้น 2 ต้น, หอมใหญ่หั่นเป็นเสี้ยง 1 หัว, พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 2 เม็ด, ผงกะหรี่ 2 ช้อนชา, พริกไทยป่น 1/ 4 ช้อนชา,น้ำพริกเผา 1 ช้อนโต๊ะ,นมสด 1 /2 ถ้วย, น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ, กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ล้างปูให้สะอาด เอานมและสิ่งสกปรกออกจากกระดอง สับเป็นชิ้น ๆ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
ผสมนมสด น้ำพริกเผา ไข่ไก่ ตีให้เข้ากัน
ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้หอม ใส่ปู ผัดให้สุก ใส่ผงกะหรี่ ตามไข่ น้ำมันหอย ผัดให้เข้ากัน
ใส่หัวหอมใหญ่ ต้นหอม ขึ้นฉ่าย พริกชี้ฟ้าแดง ผัดให้เข้ากัน ใส่พริกไทย ผัดพอทั่วอีกที จึงปิดไฟ ตักใส่จาน
ลองหาปูสดๆ มาทำกินดูนะคะ (อยากกินจัง)
ว่านหางจระเข้(Aloe vera (Linn.) Burm. f., Aloe barbardensis Mill.)
มีประโยชน์ คือ
1.มีสารสำคัญในการออกฤทธิ์เป็นยาถ่าย
2.ฤทธิ์สมานแผล
3.ฤทธิ์ลดการอักเสบ
4.ฤทธิ์รักษาแผลไฟไหม้, แผลน้ำร้อนลวก
5.ฤทธิ์แก้ปวด
ข้อควรระวัง
1. ระวังเรื่องการติดเชื้อ เพราะวุ้นว่านหางจระเข้ไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ
2. วุ้นว่านหางจระเข้ไม่คงตัว ถ้าปอกแล้วเก็บไว้ได้เพียง 6 ชั่วโมง
3. ระวังการปนเปื้อนของ anthraquinone ซึ่งทำให้แพ้ได้ จึงต้องล้างวุ้นให้สะอาด
โรคและอาการที่ทำให้เกิดภาวะท้องผูก
1.กินอาหารไม่มีเส้นใย เพราะปัจจุบันนี้กินแต่ข้าวขาว ขนมปังขาว ก๋วยเตี๋ยว ขนมเค้ก คุกกี้ อาหารเหล่านี้ไม่มีเส้นใย ปกติต้งกินแส้นใยวันละ 20-25 กรัม
2.ความเครียด เมื่อใดที่เราเร่งรัดเคร่งเครียด เราจะมีภาวะเบื่ออาหาร การขับถ่ายก็จะถูกกระทบไปด้วยคือ ร่างกายจะระงับการขับถ่ายชั่วคราว รอให้พ้นวิกฤตคลายเครียดแล้ว จึงจะกินง่ายถ่ายคล่อง
3.การกลั้นอุจจาระ เพราะบางคนไม่ชอบอุจจาระนอกบ้านโดยเฉพาะเด็กเล็ก ครั้งสองครั้งไม่เป็นไร ถ้าทำบ่อยนี่สิแย่
4.ไม่ออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญอาหาร
5.กินยาระบายเป็นประจำ ถ้าทำบ่อยๆจะติดเป็นนิสัย ทำให้ถ้าต้องการจะอุจจาระต้องกินยาระบายทุกครั้ง
6.อื่น ๆ เช่น กินชา กาแฟ ยาเคลือบกระเพาะ กินแคลเซียมมากไป กินอาหารเหลว หรือดื่มนม หรืออาจมีโรคร้ายแรงซ่อนอยู่ เช่น โรคไม่มีปมประสาทตรงทวารหนัก โรคพยาธิไส้เดือนอุดตันลำไส้ เป็นต้น
ยังไงก็ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีนะคะ จะได้ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ
ตกแต่งขนมปัง ได้น่ารักจัง จะกินลงไหมนี่ เจ้าตัวการ์ตูนพวกนี้ :)