ตุ๊กตาพวกนี้กำลังทำงาน เล่น กับขนมชิ้นใหญ่ เป็นไอเดีย ที่น่ารักดี เห็นแล้ว อดยิ้มไม่ได้ :)
ธรรมชาติประการหนึ่งของคนในลิฟท์คือ ... ทุกคนจะวางตัวเย่อหยิ่งไม่รู้จัก ไม่มองหน้ากัน ไม่ยิ้มแย้ม ตาจ้องที่เลขบอกชั้น บรรยากาศเย็นยะเยือกเหมือนเกิดสงครามเย็น แต่คุณอาจเปลี่ยนแปลงมันได้โดย
กรณีที่ขึ้นหลายชั้น แกว่งตัวไปมาให้ลิฟท์โยกเยก พลางร้อง ''ฮุยเลฮุย ''
แจกนามบัตรและขอนามบัตร
ทำเสียงบึ้มทุกครั้งที่มีคนกดปุ่ม
จับมือคนที่เข้าใหม่ พลางพูดว่า ''ยินดีต้อนรับ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ"
ร้อง '' ติ๊งต่อง '' ทุกครั้งที่ประตูปิด -เปิด
ไอแห้งๆ เป็นระยะ บ่นพึมพำว่ายาวัณโรคหมดหลายเดือนแล้ว
ยืนเงียบๆ ที่มุมในสุด หันหน้าชิดฝา ไม่ขยับร่างกาย พึมพำคาถา ไม่ต้องลงแม้ลิฟท์จะขึ้นสุดแล้ว
พูดเสียงดังว่า '' เอ๊ะ ปุ่มอะไร ? '' แล้วกดปุ่มสีแดงที่เขียนว่าหยุดฉุกเฉิน
แง้มกระเป๋าถือ ชะโงกหน้าดูข้างใน พูดกับกระเป๋าว่า '' คุณสบายดีไหม ? อากาศในนั้นพอหายใจหรือเปล่า ? เดี๋ยวก็ถึงแล้ว"
พอประตูปิด ก็วิ่งไปทุบประตูแล้วร้องไห้ "เปิดๆๆ"
หันไปมองคนข้างหลัง แล้วถามว่าจับก้นผมทำไม
หันไปถามคนข้างๆ ว่า ชั้น 19 ค่าโดยสารเท่าไหร่
หยิบโทรศัพท์มาเม้าท์กับเพื่อน บ่นว่าตึกนี้ทำไมมีแต่คนหน้าตาอุบาทว์
มองผู้ชายข้างๆ แล้วทำน้ำลายไหล
ทำตัวเป็นกระเป๋าลิฟต์ คอยเก็บค่าโดยสารคนเข้าใหม่
กดโทรศัพท์(แกล้งก็ได้)แล้วพูดว่า"ระเบิดที่ให้วาง...เรียบร้อยแล้วครับ
ตอนมีคนเข้ามาก็ทักสวัสดีค่ะ/ครับ ตอนออกก็พูดว่ารับขนมจีบซาละเปาเพิ่มมั้ยคะ/ครับ
เวลามีคนเข้ามาเพิ่ม ทำเสียง "อ๊อดดดด.. " สัญญาณเตือนน้ำหนักเกิน
ลองทำดูนะคะ แต่อ่านดูแล้ว ขำๆทั้งนั้น ถ้าเอาไปใช้จริงสงสัย คนในลิฟท์ คงจะคิดว่าเราบ้า อยู่กันเงียบๆ กดดันๆ ไม่ชอบ :) (ที่มา E-mail)
สมัยนี้การทำงานจากคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องปกติ ที่เราจะต้องเจอ อาจจะต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง ตาของเรามันก็ต้องมีเหนื่อยล้าจากแสงหน้าจอคอมบ้าง
วันนี้สะกิด เอาคำแนะนำการพักสายตา มาฝาก
หลับตาลง หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างปิดที่ดวงตา ความอบอุ่นจากฝ่ามือ จะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าดังกล่าวลงได้
หลับตาลง ปล่อยแขนลงข้างลำตัว อาจทำในระหว่างที่ยังนั่งอยุ่ที่เก้าอี้หน้าคอมพ์ก้ได้นะคะ หลังจากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ หลาย ๆ ครั้ง
หลังจากที่หลับตาแล้ว เมื่อลืมตาขึ้นมาก็ควรค่อย ๆ มองจอคอมพิวเตอร์อย่างกว้าง ๆ ทั่วทั้งจอก่อน หรือบริเวณที่เป็นพื้นที่สีขาว
ปิดตาลงอีกครั้ง หายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ ลืมตา
ทำติดต่อกันประมาณ 3 ครั้งนะคะ แล้วจะรู้สึกผ่อนคลาย ที่สำคัญอย่าฝืนเวลาตาเราล้านะคะ ไม่งั้นจะเป็นแบบในรูป :)
ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งของสยามประเทศ บรรดาศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันนี้ แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพ มีชื่อเสียงในวงสังคม ตามวงการต่างๆ มากมาย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และที่กระท่อนกระแท่น ยังดิ้นรนอยู่ในหน้าที่การงานก็เยอะ
เนื่องในวาระ ที่อาจารย์พ่อซึ่งเป็นที่เคารพ ของศิษย์เก่าทุกคน เกษียณอายุ บรรดาศิษย์เก่า จึงถือเป็นโอกาสดี ที่จะกลับไปเยี่ยมสถาบัน เพื่อเลี้ยงสังสรรค์และรำลึกถึงอาจารย์พ่อ
หลังจากกินเลี้ยงกันมาได้พักใหญ่ วงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยน ไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียด ในการทำงานและปัญหาชีวิต แต่ละคน มีปัญหาแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้าง อาจารย์พ่อฟังปัญหาของลูกศิษย์ทุกคนอย่างตั้งใจ รับฟังโดยไม่มีคำวิจารณ์ หรือนำเสนอความเห็นของอาจารย์เลยแม้แต่น้อย
เมื่อฟังปัญหาของลูกศิษย์จบทุกคน อาจารย์พ่อเสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่า ท่านเดินเข้าไปในครัว และออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยก าแฟ แบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้องบ้าง เป็นถ้วยพลาสติก และบ้างทำด้วยแก้ว มีถ้วยกาแฟหลายใบที่เป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบ สวยวิจิตรสูงค่า
อาจารย์ ชงกาแฟใส่เหยือกมาให้แล้ว พวกเธอจัดการรินใส่แก้วดื่มกันเองนะ บรรดาลูกศิษย์ มองถ้วยกาแฟหลากหลาย ด้วยความสนใจ แล้วพากันเลือกถ้วยกาแฟพร้อมๆ กับรินกาแฟออกมาจากเหยือกใส่ถ้วยต่างกันออกไปเอามือไว้
เมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟในมือกันทุกคน แล้วอาจารย์พ่อ กล่าวว่า
"ลองดูถ้วยกาแฟในมือของพวกเธอ กับถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่ในถาดซึ่งไม่มีคนเลือกสิ
สังเกตุกันรึเปล่า.... ถ้วยสวย ๆ แพง ๆ ถูกเลือกไปหมด เหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดาราคาถูก เป็นเรื่องปกติ...ที่พวกเรามักจะเลือก สิ่งที่ดีที่สุดโดยลืมคิดถึงความต้องการที่แท้จริงของเราและ นี่คือที่มาของความเครียดและปัญหาทั้งหลายในชีวิต"
ความจริงวันนี้สิ่ง ที่พวกเราต้องการแท้จริงคือกาแฟ ไม่ใช่ถ้วยกาแฟ แต่จิตสำนึกกลับ นำพาเราไปเลือกที่ถ้วย มิหนำซ้ำยังคอยชำเลืองมองถ้วยของคนอื่นๆ อีกด้วย
หากชีวิตคือกาแฟ หน้าที่การงาน ตำแหน่งต่างๆ ในสังคม ก็คือ ถ้วยกาแฟ มันเป็นเพียงเครื่องมือ อุปกรณ์ช่วยหยิบจับหรือประคองชีวิตของเรา มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาจริงๆ ของชีวิต เปลี่ยนไป บางครั้ง....การมัวเพ่งที่ถ้วยใส่กาแฟ มันก็จะทำให้เราลืมใส่ใจกับรสชาติของตัวกาแฟ
ถ้ารู้จักชีวิตที่แท้จริง....ของหรือตำแหน่งหน้าที่ มันก็แค่ส่วนเคลือบ ไม่ใช่เนื้อหาหรือแก่นแท้ที่สำคัญของชีวิต
ขนมชิ้นนี้น่ากินเนาะ มีรูปคิตตี้ ตอนเด็กน่ารักๆอยู่ตรงกลางด้วย
ลองอ่านดูนะ สั้นๆ แต่มีความหมาย
เมื่อเรารักกัน... ไม่ต้องคิดว่าจะโง่หรือจะฉลาด
ไม่ต้องคิดว่า... ถ้าเชื่อเค้าแล้วเราจะโง่ในสายตาใคร ๆ
ไม่ต้องคิดว่า... ถ้าเปิดหูตารับฟังปากชาวบ้านเป็นการฉลาด
ไม่ต้องคิดว่า... ถ้าเชื่อว่าเค้ารักเราคนเดียวเป็นเรื่องโง่
ไม่ต้องคิดว่า... ถ้ารู้ว่าเค้าทำอะไรเพื่ออะไรเป็นเรื่องฉลาด
ไม่ต้องคิดว่า... ถ้าให้โอกาสเค้าเรื่อย ๆ เป็นเรื่องโง่
ไม่ต้องคิดว่า... ถ้าตั้งกฎเกณฑ์แล้วจะฉลาด
ความรัก เป็นสิ่งที่สวยงาม ถ้าเรารักเป็น และเลือกที่จะรัก
ดูภาพรถกับเจ้าของรถไปแล้ว มาดูภาพสุนัขกับเจ้าของเด็กกันบ้างว่ามีลักษณะคล้ายกันแค่ไหน แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าน่ารักคล้ายกัน ใครมีภาพน่ารักๆ ส่งมาแบ่งกันดูนะครับ แบ่งปันความสุขกัน