วันนี้เพื่อนส่ง e-mail เรื่องสัจธรรมในที่ทำงานมาให้อ่าน อ่านแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าคิดซึ่งเราก็เคยทำงาน ในบริษัทมา มีประสบการณ์คล้ายๆกับที่เพื่อนส่งมาให้อ่าน ก็เลยอยากให้ เพื่อนๆสะกิดได้อ่านสัจธรรมนี้บ้าง ก็เลยเอามาฝาก คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านบทความ
ไม่อยากเล่ามาก ลองอ่านดูกันเองนะคะ
ครั้งหนึ่ง มีบ้านหลังหนึ่งมีสามี ภรรยา ลูกชาย และอาม่าแก่ๆคนหนึ่ง อาม่าแก่มากและไม่แข็งแรง มีอาการมือสั่นตลอดเวลา ทำให้ถือของลำบากโดยเฉพาะ เวลาที่อาม่าทานข้าวร่วมกับครอบครัว อาม่าจะถือชามข้าวได้ลำบาก และทำข้าวหกลงบนโต๊ะตลอดเวลา ลูกสะใภ้อาม่ารำคาญกับเรื่องนี้มาก จึงปรึกษากับสามีว่า เวลาอาม่าทานข้าวเขาจะ ทำข้าวหกเกลื่อนโต๊ะ นางทนไม่ได้เพราะมันทำให้รู้สึกกินข้าวไม่ลง สามีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเขาไม่สามารถทำให้อาม่าหายมือสั่นได้ อีกไม่กี่วัน ลูกสะใภ้ก็พูดกับสามีเรื่องนี้อีกว่า จะไม่แก้ไขอะไรเลยหรือ นางทนไม่ได้แล้ว หลังจากโต้เถียงกันไปสักพัก สามีก็ยอมตามภรรยา โดยเมื่อถึงเวลาทานข้าว เขาจะจัดให้แม่นั่งแยกโต๊ะต่างหากเพียงคนเดียว และใช้ถ้วยข้าวถูกๆบิ่นๆ เพราะอาม่าทำถ้วยแตกบ่อยๆ เมื่อถึงเวลาทานข้าว อาม่าเศร้าใจมาก เพราะอาม่าก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไขอะไรได้ นางนึกถึงอดีต ที่นางเลี้ยงดูลูกชายด้วยความรักเสมอมา นางไม่เคยบ่นต่อความเหนื่อยยาก และเวลาที่ลูกชายเจ็บไข้นางก็ดูแลอย่างดี เวลาลูกชายมีปัญหาก็ ช่วยแก้ไขทุกครั้ง แต่ตอนนี้อาม่ารู้สึกว่าถูกทิ้ง อาม่าเสียใจมาก หลายวันผ่านไป อาม่ายังเศร้าใจ รอยยิ้มเริ่มจางหายไปจากใบหน้าของเขา หลานชายน้อยๆ ของอาม่าซึ่งเฝ้าดูทุกอย่างมาตลอดก็เข้ามาปลอบใจ และบอกคุณย่าว่า เขารู้ว่า คุณย่าเสียใจมากที่พ่อแม่ของเขาทำแบบนี้ แต่หลานชายมีวิธีที่จะให้อาม่า กลับไปทานข้าวรวมกับทุกคนได้ ความหวังเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจของหญิงชรา จึงถามหลานชายว่าจะทำอย่างไร หลานก็ตอบว่า เย็นนี้ให้คุณย่าแกล้งทำชามของคุณย่า ตกแตกเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจ อาม่าได้ฟังก็แปลกใจ แต่เด็กน้อยยืนยันว่า ให้คุณย่าทำตามที่บอก ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของหลานเอง และแล้วเมื่อได้เวลาอาหารเย็น หญิงชราก็ตัดสินใจลองทำตามที่หลานพูด เพื่อจะดูว่าหลานมีแผนอะไร หญิงชรายกถ้วยข้าวเก่าที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นขึ้นแล้ว แกล้งปล่อยลงบนพื้นเหมือนกับหลุดมือ ถ้วยข้าวเก่าๆแตกกระจายยับเยิน ลูกสะใภ้เห็น ถ้วยแตกเสียหายก็ลุกขึ้นเตรียมจะด่าว่าอาม่า แต่ลูกชายตัวน้อยของนางกลับชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า "คุณย่า...!! ทำไมทำชามแตกหมดเลยล่ะครับ นี่ผมกะว่าจะเก็บไว้ให้คุณแม่ใช้ตอนแก่นะ แล้วคุณแม่จะเอาชามเก่าๆที่ไหนใช้กันล่ะทีนี้... คุณย่านิใช้ไม่ได้เลยนะครับ" เมื่อลูกสะใภ้ได้ยินลูกชายพูดเช่นนี้ก็หน้าซีดและ ด่าอาม่าไม่ออกอีกต่อไป นางรู้ทันทีว่า สิ่งที่นางทำจะเป็นตัวอย่าง ให้ลูกชายของนางปฏิบัติต่อนางเมื่อนางแก่ตัวลง นางรู้สึกอับอาย และสำนึกกับการกระทำของตัวเอง ตั้งแต่นั้นมา ทุกคนก็ทานข้าวรวมกันมาตลอด
เป็นไงคะ หลานชายตัวน้อยของอาม่า เก่งใช้ได้เลยนะนี่
ลองเล่นดู เมื่อกี้นี้เองก่อนเอามาลงสะกิด คิดว่า เพื่อนๆ น่าจะชอบเล่นเหมือนกัน
แบบทดสอบนี้ เป็นแบบทดสอบความเป็นตัวเรา ว่าเราเป็นคนแบบไหน อยากได้อะไร เราพอใจในตัวเองรึเปล่า
ลองทำแบบทดสอบนี้ดูนะคะ แบบทดสอบ คุณเป็นคนแบบไหน
วันนี้ ... Annajan... ได้ส่งเมลล์มาให้สะกิด เป็นกลอนหนุกๆ กวนๆ ชื่อกลอนว่า "รักคือฟัน"
รักคงมั่น คือ...ฟันแท้
รักร่อแร่ คือ...ฟันโยก
รักโสโครก คือ...ฟันดำ
รักถลำ คือ...ฟันเหยิน
รักหมางเมิน คือ...ฟันห่าง
รักร้าง คือ...ฟันหลอ
รักหงิกงอ คือ...ฟันกุด
รักบริสุทธิ์ คือ...ฟันขาว
รักชั่วคราว คือ...ฟันปลอม
รักอ่อนซ้อม คือ...ฟันร่วง
รักสีม่วง คือ...ฟันเก(ย์)
รักจำเจ คือ...ฟันซ้อน
รักสลอน คือ...ฟันแทรก
รักแรก คือ...ฟันน้ำนม
รักระบม คือ...ฟันผุ
รักคิกขุ คือ...ฟันกระต่าย
รักสลาย คือ...ฟันหลุด
รักชำรุด คือ...ฟันสึก
รักเจ็บลึก คือ...ฟันคุด
รักตุ๊ด คือ...ฟันหนุ่ม
รักทั้งกลุ่ม คือ...ฟันหมด
รักสลด คือ...ฟันพลาด
รักต่างชาติ คือ...ฟันฝรั่ง
รักปิดบัง คือ...ฟันชู้
รักอุดอู้ คือ...ฟันช้า
รักกะฮา คือ...ฟันเล่น
รักไม่เป็น คือ...ฟันดะ
แต่ไง ฉันก็รักเธออยู่เสมอ จริงๆ นะจ๊ะ...ฟันธง
อ่านแล้วรู้สึกว่า ความรักนี่มันเปรียบได้หลายอย่างเลยจริงๆ เปรียบกับฟันก็ได้ เอากะคนแต่งสิ มีคำว่าอะไรแต่งได้หมด :)
ถ้าใครมีบทความเรื่องราวหรืออะไรหนุกๆแบบนี้อยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันก็ส่งเมลล์มาหาสะกิดได้นะคะ
สะกิด เอากลอนเพราะๆมาฝาก
ผิดเองไม่เชิ่อใจเธอวันนั้น
ทำให้เราต้องทะเลาะกันในวันนี้
อยากจะย้อนเวลากลับไปหาเธอคนดี
แต่แล้วฉันคนนี้ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ
เธอมีเขาคนใหม่ในวันนี้
เรื่องของเราที่มีต้องจบใช่ไหม
หากบอกเธอว่ารักเธอเท่าไร
เธอจะกลับมาหาฉันได้มั้ยเธอ
อย่าลืมนะคะ ว่า ให้อภัยและเชื่อใจ สำคัญที่สุด สำหรับความรักนะคะ
นิยามความรัก "รัก ประกอบด้วย ร.เรือ กับ ก.ไก่…"
ร.เรือ คือ รอคอย ส่วน ก.ไก่ คือ กันและกัน ... "รอคอย"... คำ ๆ นี้คือบทพิสูจน์ชั้นยอด ความรักเป็นเรื่องของหัวใจ ไม่ใช่ความรู้สึกแรกของการสบตาแล้ว ปิ๊ง ใช้ความแน่ใจรักกัน ย่อมดีกว่าใช้ความอ่อนไหวรักกัน อย่ารีบร้อน อย่ารีบรัก เพราะถ้าคนนี้คือคนที่ใช่ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องรอคอยได้ รอยคอยที่จะเรียนรู้นิสัยใจคอของอีกคนก่อน ทำความรู้จักก่อนรัก อย่ารักแล้วค่อยรู้จักกัน ไม่เช่นนั้น ปัญหาร้อยแปดจะตามมา
ส่วนคำว่า "กันและกัน" ควรจะเป็นคำที่นำมาใช้ หลังจากที่รักกันแล้ว ใครบางคนบอกไว้ "ข้อดีของการไม่มีความรักก็คืออิสระ" แต่ความรัก ก็ไม่ได้ทำให้อิสระของชีวิตหายไป คำว่า "ฉัน" หรือ "เธอ" มันโดดเดี่ยว แต่เมื่อรวม "ฉัน" กับ "เธอ" เป็น "เราสองคน" เป็น "กันและกัน" มันอบอุ่นดี และก็เพราะกว่าด้วย
รักที่ประกอบทั้งรอคอยและกันและกัน จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นบวกเสมอ
“ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย…ว่าเพื่อนคนหนึ่งมันแอบมันคิดอะไรไปไกลกว่าเป็นเพื่อนกัน”
เพลงนี้ยังฮิตติดหู หนุ่มสาวมหาลัย กันอยู่ทั้งๆที่หนังเรื่องนี้ฉายจบไปนานแล้ว แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้สื่อออกมาโดนใจใครหลายคน
วันนี้เอาเรื่องที่คนเคยแอบชอบเพื่อนสนิทของตัวเองมาเล่าให้ฟัง มีทั้งสมหวัง ผิดหวัง อยากอ่าน คลิ๊กที่นี่เลยค่ะ
ความรักมีทั้งสมหวังและผิดหวังนะคะ เหมือนกับในหนังเรื่อง "เพื่อนสนิท" ไงคะ บางทีเรามีความรู้สึกอะไรในใจ บอกให้คนคนนั้นรับรู้เถอะค่ะ ถึงแม้จะสมหวังหรือผิดหวังก็ตาม อย่างน้อยเราก็ได้บอกให้เค้ารับรู้ ดีกว่าเก็บความรู้สึกไว้กับตัวค่ะ เผื่อบางทีเค้าอาจจะชอบเราอยู่ก็ได้ จริงไหมคะ :)
เล่นเทนนิสอาชีพมา 21 ปี ได้แช้มป์มา 60 รายการ ได้แช้มป์ แกรนด์สแลม มา 8 ครบหมดทั้ง 4 รายการ และเป็น 1 ใน นักเทนนิส 5 คนในประวัติศาสตร์ที่เคยทำได้แบบนี้ เริ่มเล่นเทนนิสจริงๆตั้งแต่ 5 ขวบ ตีวันละ 5,000 ลูก ตอนนี้อายุ 36 ปี .. อังเดร อากัสซี่ อำลาแฟนๆแล้วเมื่อวานที่ US Open ..
คู่ต่อสู้คนสุดท้ายบอกว่า โตมาก็ติดตามดูอังเดรเล่นมาตลอด อังเดรเป็นต้นแบบของเขา อังเดรมอบหลายๆสิ่งให้วงการเทนนิส เป็นสุภาพบุรุษ และรู้สึกเป็นเกี่ยรติที่ได้เล่นกับอังเดร .. ขอบคุณ อังเดร
หลังจบเกมสุดท้าย อังเดรนั่งน้ำตาไหลอยู่ทีี่ขอบสนาม ในขณะที่แฟนๆกว่า 2 หมื่นคนค่อยๆลุกขึ้นยืนปรบมือเกรียวกราว .. อังเดรลุกขึ้นโค้ง แล้วส่งจูบไปรอบสนาม
แล้วกล่าวขอบคุณแฟนๆ ..
"คุณได้มอบไหล่ให้ผมได้ยืนเพื่อคว้าความฝันของผม ความฝันที่ผมไม่มีทางได้ถ้าไม่มีคุณ ตลอด 21 ปี มานี้ ผมได้พบคุณ และจะนำคุณ และความทรงจำที่ดีติดตัวไปกับผมตลอดชีวิตผม ขอบคุณ"