ดูแมวสามตัวนี่สิคะ ไม่รู้คุยกันเรื่องอะไร แต่ที่แน่ๆ น่าตาน่ารัก น่ากอด เนาะ ชอบตัวกลาง ท่าทางจะขี้อ้อน :)
ต้นไม้บอกลักษณะในตัวคุณ ใครเกิดวันไหน ก็เลือกตามวันเกิดเลยนะคะ คลิ๊กที่นี่เลยค่ะ คำทำนายนี้มันจะบอกว่า คุณเป็นคนแบบไหน ขี้หงุดหงิด โกรธง่าย หรือรักใครรักจริงรึเปล่า :) (ที่มา :E-mail)
แค่ฟ้าที่กั้นไว้
ไม่อาจขวางใจที่ใกล้กว่า
แม้ไม่ได้คิดถึงทุกครั้งที่หลับตา
แต่ก็คิดถึงตลอดเวลาที่หายใจ
......
คืนเหงา ๆ หนาวอย่างนี้
คนดีเป็นอย่างไรบ้าง
ไม่นานหรอกก็รุ่งสาง
ความอ้างว้างจะจางหายไป
......
จะอยู่กลางฝัน
จะโบยบินไปกับแสงตะวันทุกที่
ก่อนจะตื่นจากภาพฝัน ยามราตรี
ขอสายลมบรรเลงเพลง แล้วกระซิบอีกที
...พรุ่งนี้เจอกัน...
กลอนนี้ขอมอบสำหรับ คนรัก ที่ห่างไกลกัน ขอให้ได้เจอกันเร็วๆนะคะ
เจ้าชายวิลเลี่ยม - เจ้าชายแฮรี่ ทั้งสองพระองค์เป็น มงกุฎราชกุมารอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ
เริ่มจาก “เคท มิดเดิลตัน” ก่อน เธออายุ 24 ปีเท่ากับ “เจ้าชายวิลเลี่ยม” แฟนหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมคณะเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยเซนต์ แอนดรูว์ส ในสกอตแลนด์
ถ้าวัดกันจากความสวย ดีกรีการศึกษา และบุคลิกภายนอกของ “สาวเคท” ต้องถือว่าเธอสอบผ่านฉลุยไร้ข้อกังขา เพราะได้ รับเสียงชมตลอดเรื่องการวางตัวดีดูเป็นผู้ใหญ่ เธอเข้ากับ “เจ้าชายวิลเลี่ยม” ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีนิสัยคล้ายคลึงกันหลายอย่าง คือค่อนข้างเอาจริงเอาจังกับชีวิต อยู่ในระเบียบแบบแผน ขี้อาย รักสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย และมีเหตุมีผล เพียงแต่อาจจะติดลบอยู่บ้างตรงพื้นเพทางบ้าน เพราะมาจากครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดาๆ ไม่ได้ร่ำรวยทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และเกียรติยศ!!
“เชลซี เดวี่” แฟนสาวสุดเปรี้ยว วัย 21 ปี ของ “เจ้าชายแฮรี่” ซึ่งกำลังโกยคะแนนสุดๆ เพราะเพิ่งได้รับการโหวตจากแมกกาซีนดังแดนผู้ดี ให้เป็นสาวผมบลอนด์ ที่มีอิทธิพลต่อโลกมากที่สุดเป็นอันดับสอง เธอรวยมหารวยมาตั้งแต่กำเนิด เป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีอังกฤษในซิมบับเว พ่อของเธอ “ชาร์ลส์ เดวี่” เป็นเจ้าของที่ดินมากมายในแอฟริกาใต้ และคุมพื้นที่สัมปทาน สำหรับล่าสัตว์เกือบทั้งหมด ถึงแม้ “เชลซี” จะถูกเลี้ยงดูมาแบบคุณหนูแท้ๆ มีข้าทาสบริวาร ไม่ต่างจากเจ้าหญิงน้อยๆ แต่ขณะเดียวกัน ความที่เธอเติบโตมาในแอฟริกา ดินแดนแห่งการผจญภัย จึงกลายเป็นความได้เปรียบแบบไม่รู้ตัว เพราะเธอคล่องไปหมดทั้ง ล่าสัตว์, ยิงนก, ตกปลา และขี่ม้า ซึ่งเป็นกีฬากลางแจ้งสุดโปรดของบรรดา เชื้อพระวงศ์อังกฤษมาหลายเจนเนอเรชั่น
ใครจะเข้าวินก่อนกันระหว่าง "เคท - เซลซี" ต้องคอยติดตาม หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นคนอื่นก็ไม่แน่ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้
สะกิดเอากลอน มาฝาก
มันจบแล้ว ความรัก ที่ได้เจอ
น้ำตาเอ่อ พร้อมกับเธอ ที่จากไป
มันจบแล้ว ความรัก ของหัวใจ
เธอเจอใหม่ คนที่ใช่ ไม่ใช่ฉัน
เมื่อเขาเจอคนใหม่ อย่ารั้งไว้เลยค่ะ รั้งไว้ก็มีแต่จะเสียใจ เพราะใจเขาไม่ได้อยู่ที่เราแล้ว
ไม่อยากเล่ามาก ลองอ่านดูกันเองนะคะ
ครั้งหนึ่ง มีบ้านหลังหนึ่งมีสามี ภรรยา ลูกชาย และอาม่าแก่ๆคนหนึ่ง อาม่าแก่มากและไม่แข็งแรง มีอาการมือสั่นตลอดเวลา ทำให้ถือของลำบากโดยเฉพาะ เวลาที่อาม่าทานข้าวร่วมกับครอบครัว อาม่าจะถือชามข้าวได้ลำบาก และทำข้าวหกลงบนโต๊ะตลอดเวลา ลูกสะใภ้อาม่ารำคาญกับเรื่องนี้มาก จึงปรึกษากับสามีว่า เวลาอาม่าทานข้าวเขาจะ ทำข้าวหกเกลื่อนโต๊ะ นางทนไม่ได้เพราะมันทำให้รู้สึกกินข้าวไม่ลง สามีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเขาไม่สามารถทำให้อาม่าหายมือสั่นได้ อีกไม่กี่วัน ลูกสะใภ้ก็พูดกับสามีเรื่องนี้อีกว่า จะไม่แก้ไขอะไรเลยหรือ นางทนไม่ได้แล้ว หลังจากโต้เถียงกันไปสักพัก สามีก็ยอมตามภรรยา โดยเมื่อถึงเวลาทานข้าว เขาจะจัดให้แม่นั่งแยกโต๊ะต่างหากเพียงคนเดียว และใช้ถ้วยข้าวถูกๆบิ่นๆ เพราะอาม่าทำถ้วยแตกบ่อยๆ เมื่อถึงเวลาทานข้าว อาม่าเศร้าใจมาก เพราะอาม่าก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไขอะไรได้ นางนึกถึงอดีต ที่นางเลี้ยงดูลูกชายด้วยความรักเสมอมา นางไม่เคยบ่นต่อความเหนื่อยยาก และเวลาที่ลูกชายเจ็บไข้นางก็ดูแลอย่างดี เวลาลูกชายมีปัญหาก็ ช่วยแก้ไขทุกครั้ง แต่ตอนนี้อาม่ารู้สึกว่าถูกทิ้ง อาม่าเสียใจมาก หลายวันผ่านไป อาม่ายังเศร้าใจ รอยยิ้มเริ่มจางหายไปจากใบหน้าของเขา หลานชายน้อยๆ ของอาม่าซึ่งเฝ้าดูทุกอย่างมาตลอดก็เข้ามาปลอบใจ และบอกคุณย่าว่า เขารู้ว่า คุณย่าเสียใจมากที่พ่อแม่ของเขาทำแบบนี้ แต่หลานชายมีวิธีที่จะให้อาม่า กลับไปทานข้าวรวมกับทุกคนได้ ความหวังเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจของหญิงชรา จึงถามหลานชายว่าจะทำอย่างไร หลานก็ตอบว่า เย็นนี้ให้คุณย่าแกล้งทำชามของคุณย่า ตกแตกเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจ อาม่าได้ฟังก็แปลกใจ แต่เด็กน้อยยืนยันว่า ให้คุณย่าทำตามที่บอก ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของหลานเอง และแล้วเมื่อได้เวลาอาหารเย็น หญิงชราก็ตัดสินใจลองทำตามที่หลานพูด เพื่อจะดูว่าหลานมีแผนอะไร หญิงชรายกถ้วยข้าวเก่าที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นขึ้นแล้ว แกล้งปล่อยลงบนพื้นเหมือนกับหลุดมือ ถ้วยข้าวเก่าๆแตกกระจายยับเยิน ลูกสะใภ้เห็น ถ้วยแตกเสียหายก็ลุกขึ้นเตรียมจะด่าว่าอาม่า แต่ลูกชายตัวน้อยของนางกลับชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า "คุณย่า...!! ทำไมทำชามแตกหมดเลยล่ะครับ นี่ผมกะว่าจะเก็บไว้ให้คุณแม่ใช้ตอนแก่นะ แล้วคุณแม่จะเอาชามเก่าๆที่ไหนใช้กันล่ะทีนี้... คุณย่านิใช้ไม่ได้เลยนะครับ" เมื่อลูกสะใภ้ได้ยินลูกชายพูดเช่นนี้ก็หน้าซีดและ ด่าอาม่าไม่ออกอีกต่อไป นางรู้ทันทีว่า สิ่งที่นางทำจะเป็นตัวอย่าง ให้ลูกชายของนางปฏิบัติต่อนางเมื่อนางแก่ตัวลง นางรู้สึกอับอาย และสำนึกกับการกระทำของตัวเอง ตั้งแต่นั้นมา ทุกคนก็ทานข้าวรวมกันมาตลอด
เป็นไงคะ หลานชายตัวน้อยของอาม่า เก่งใช้ได้เลยนะนี่
คนรักกัน เมื่อห่างกันก็ใจหายเนาะ
เคยบอกรัก เคยคิดถึง เคยโทรหา
เคยพูดจา เคยปราศัย ให้ใจหวั่น
เคยส่งรัก ผ่านข้อความ รำพึงพัน
เคยมีกัน เคยมีวัน ฉันรักเธอ
ถ้าเลิกกันจริงๆ ยังไง ก็ ขอให้จดจำสิ่งดีๆ ที่มีให้กัน สิ่งที่ไม่ดีก็ลืมๆ ไปซะ อย่างน้อยก็มีเรื่องดีๆ ให้นึกถึง :)
หมวด:
คิดนึก,
ความรัก,
กลอน,
กลอนอกหัก,
กลอนซึ้งๆ,
กลอนคิดถึง,
กลอนหวานๆ,
กลอนรัก,
บทความ,
เพ้อ-บ่น,
เพ้อเจ้อ
แต่ละคน ก็มีท่าเดินที่แตกต่างกันไป วันนี้เรามาทายนิสัย จากการเดินกันค่ะ
เดินเร็ว : เป็นคนไฟแรงลงตั้งใจทำอะไร แล้วไม่มีวันท้อถอยเป็นอันขาด ชอบทำอะไรหลายๆอย่าง ชอบทำตัวยุ่ง แต่ก็สำเร็จด้วยดีซะด้วยสิ มีข้อเสียตรงที่ไม่ค่อยละเอียดรอบคอบ สนใจแต่เรื่องใหญ่ๆ จึงมองข้ามเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไป
เดินส่ายสะโพก : เป็นคนเปิดเผยมาก ไม่ค่อยมีอะไรเก็บไว้ในใจ ไม่ชอบคนปิดบัง เรื่องลับไม่ค่อยมี เป็นคนใช้ชีวิตสนุกสนาน และชอบได้เป็นจุดเด่นในหมู่คน มีเสน่ห์มากตรงการพูดจา
เดินช้า : เป็นคนค่อนข้างจริงจังกับทุกเรื่อง ให้ความสำคัญกับคนเท่าๆ กัน ใจดีชอบอยู่ตามลำพัง ทำตัวลึกลับบางครั้ง จึงไม่ค่อยมีเพื่อนมาก เพราะไม่มีใครรู้จักเขาดีพอ
เดินแบบทหาร : เป็นคนที่จริงจังมากมักมีเหตุ มีผลมีระเบียบในตัวเอง การดำเนินชีวิต เป็นไปอย่างมีแบบแผน มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
เดินลงส้นเท้า : เป็นคนเจ้าอารมณ์ซักหน่อยเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ยอมใคร ชอบแสดงกึ๋นของตัวเองให้คนอื่นเห็น ชอบเรียกร้องความสนใจและเป็นพวกบ้ายอ
เดินเชิดหน้า : เป็นคนขยัน ฝักใฝ่ในการงาน รักความก้าวหน้า แต่เป็นคนขี้อายมีความคิดมากมายในสมอง คิดการใหญ่อยู่หลายอย่าง เป็นนักวางแผนตัวยง
เดินเอนตัวไปข้างหน้า : คือเดินส่วนบนไปก่อนส่วนล่างเล็กน้อย นิสัยเรียบง่าย สบายๆ ไม่ค่อยชอบยุ่งวุ่นวายกับใคร ไม่หลงผิดไปกับอะไรง่ายๆ ไม่ชอบพูดชอบฟังมากกว่า
เดินย่อง : ใช้ปลายเท้าเดิน ชอบความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองสูง ไม่แคร์สายตาชาวบ้าน ชอบทำอะไรแปลกๆ เสมอ ไม่ค่อยชอบคบหาสมาคมกับใคร ชอบอยู่กับตัวเอง
เดินหลังงอ : เป็นคนขี้อายมากๆ มีอะไรเก็บไว้ในใจหมด ไม่บอกใครง่ายๆ ชอบเก็บตัวเงียบ
เดินก้มหน้า : เป็นคนซีเรียสเกินเหตุ ไม่มีอารมณ์ขันซะเลย มักวิตกกังวล ครุ่นคิดตลอดเวลา มีปัญหาในชีวิตเยอะ เพราะอย่างนี้จึงเป็นคนเข้มแข็งพอสมควร
ตรงไหมคะ หรือถ้าไปแน่ใจว่าเราเดินแบบไหน ลองเดินให้คนที่บ้านดูนะคะ :)