ถ้าต้องการลดอาหาร แต่ควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ วันนี้สะกิด มีอาหาร ที่ลดความอยากอาหาร มาฝาก
ช็อกโกแลต หรือ คุกกี้ กินรองท้อง หรือระหว่างมื้อจะช่วยได้มากค่ะ
ถั่ว แบบที่เรียกกันว่า pine nuts ช่วยระงับฮอร์โมนความอยากอาหารที่เรียกว่า cholecystokinin (CKK) ได้ แต่ถ้าหาถั่วชนิดนี้ไม่ได้ อัลมอนด์ก็ใช้ได้ค่ะ แถมเมล็ดอัลมอนด์จะมีปฏิกิริยาขัดขวางการดูดซึมไขมันในร่างกาย ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ด้วย
อาหารร้อน ๆ อุณหภูมิที่สูงทำให้ความอยากอาหาร ของเราลดต่ำลง ยิ่งถ้าได้จิบชาเขียว จะช่วยกระตุ้น กระบวนการเผาผลาญให้ดียิ่งขึ้นด้วยค่ะ
แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลลูกหนึ่งนั้นมีไฟเบอร์มากกว่าพีช องุ่น และส้มเสียอีก ซึ่งไฟเบอร์ช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่ม
ถ้าลดความอยากไม่ได้จริงๆ ลองหาอาหารพวกนี้ทานดูนะคะ จะพอทุเลาความอยากลงไปได้บ้าง
วันนี้มี 9 เคล็ดลับสุขภาพดีๆ มาฝากกัน
งีบทุกวัน วันละ 15 นาที จะช่วยให้สมองแล่น มีสมาธิทำงานได้ดีขึ้น
ทานอาหารเช้าทุกวัน น้ำหนักจะลดมากกว่าอดอาหาร...เหลือเชื่อ!!
ดื่มน้ำเย็นวันละ 4.5 ลิตร น้ำหนักจะลดลงเดือนละครึ่งกิโลกรัม
กินกล้วยวันละ 2 ลูก ลดความเสี่ยงเลือดในสมองตีบได้ 20%
กินปลาทูน่าและเนื้อสัตว์ ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ 25%
ทานวิตามินซี หลังออกกำลังกายหนัก ลดความเสี่ยงเป็นหวัดถึง 50%
กินช็อกโกแลตเดือนละ 3 ชิ้น จะอายุยืนขึ้น 1 ปี เพราะช่วยลดคอเลสเทอรอล
บ้วนปากทันทีหลังอาหาร ลดแบคทีเรียในช่องปาก 30%
กินแอปเปิ้ลวันละ 2 ลูก ลดน้ำหนักได้ปีละ 4.5 กิโลกรัม เพราะเส้นใยในแอปเปิ้ล ช่วยย่อยไขมันและโปรตีน.
ใครที่คิดว่าตอนนี้ชีวิตไม่มีความสุข ลองทำตามเคล็ดลับทั้ง 9 นี้ดูนะคะ :)
มีหลายแบบให้เลือกกิน... ใช้ได้นะ แต่ละก้อน น่าจะกลิ่นไม่เหมือนกัน
สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายในบ้าน แล้วชอบดูทีวีไปด้วย เครื่องนี้จะเอาทีวีมาบังคับไม่ให้คุณอู้เวลาละครมาถึงตอนสำคัญ
วิธีใช้ง่ายมาก ต่อเครื่องนี้เข้ากับทีวี เปิดช่องโปรด หรือแผ่นหนังโปรดขณะออกกำลังกาย ต่ออุปกรณ์วัดชีพจรแบบไร้สายติดบนตัวท่าน (เอาแบบแนบเนื้อเลยนะ) ตั้งค่าความถี่การเต้นหัวใจที่ต้องการ แล้วเริ่มออกกำลัง .. ถ้าคุณอู้ ทีวีจะเร่งเสียงดังลั่นโวยวาย กวนให้คุณรำคาญจนกว่าจะยอมขยันออกกำลังให้หัวใจเต้นเร็วพอ
ถ้าขยันมากทีวีจะเงียบลงๆจนไม่มีเสียงเลย
ถ้าวิธีนี้ยังแก้อู้แอโรบิคไม่ได้ขอแนะนำให้ท่านเอาเครื่องนี้ไปต่อกับสายไฟเปลือยมาจ่อรอช็อตตัวท่านเวลาอู้
ผู้หญิงเรา บางทีอาจจะยังไม่รู้ตัวว่า โดนหนุ่มๆจีบเข้าแล้ว สะกิด มีสัญญาณเล็กๆ ที่สังเกตได้ไม่ยาก มาบอกจ้า
เควิน โฮแกน นักจิตวิทยาและผู้ร่วมแต่งหนังสือ Irresistivble Attraction อธิบายถึงอาการเฟลิตของชายหนุ่มยามมีใจให้หญิงสาวว่า
หากเขาผูกเนกไท มือของเขามักจะจับปมเนกไทในยามที่มองมาหรือพูดคุยด้วย
ยกมือจัดทรงผม เสยผม หรือพยายามทำตัวให้หล่อขึ้น
มักจะมองอย่างจงใจ ถ้าถึงสองครั้งเมื่อไหร่มักจะหมายความว่า "ใช่เลย"
มักจะโน้มตัวเข้ามาชิดเวลาที่พูดคุยด้วย และจ้องตาเพื่อสื่อความในใจ
ลองสังเกตหนุ่มๆ รอบๆตัวดูนะคะ อาจจะเจออาการแบบนี้ :)
ชอบกินน้ำอะไร ก็คิดก่อนที่จะเลือกนะคะ
น้ำส้ม : สาวช่างคิดช่างฝัน เต็มไปด้วยจินตนาการที่ลื่นไหล ไม่ยอยหยุด ทั้งยังมากด้วยอารมณ์โรแมนติก หลงรักคนง่าย แต่ใจก็เปลี่ยนง่ายเช่นกัน ทั้งนี้ยังเป็นคนมองโลกในแง่ดี ช่วยเหลือคนอื่นด้วยความเต็มใจเสมอ
น้ำเปล่า : เป็นคนสุภาพอ่อนโยน เป็นคนดีมีน้ำใจ ไม่รู้จักโกรธเกลียด ใครหรอก ไม่ว่าใครคิดร้ายยังไงเค้าก็ยังดีกลับไปทุกคน เป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่น นอกจากนี้ยังเป็นคน รักครอบครัวมาก
นม : เป็นคนที่มีความเป็นกันเอง ชอบแสวงหาเพื่อนใหม่ ทั้งยังหยิบยื่นมิตร ภาพดีๆ ให้คนรอบข้างเสมอ ชอบดูแลช่วยเหลือคนอื่น ในขณะเดียว กันเป็นคนเปราะบาง เจ็บปวดง่าย เป็นคนที่มีความอดทนเป็นเลิศ พอๆกับความอ่อนไหว ปรวนแปรในจิตใจ
น้ำชา : เป็นคนที่มีความ ลึกซึ้ง ทั้งยังเป็นคนเชื่อมั่น และหยิ่งทะนงในตัวเองอย่าง คาดไม่ถึง เป็นคนเก็บความรู้สึก ไม่ชอบให้ใครล่วงรู้ว่าตัวเองกำลังคิด อะไรอยู่ และยังไม่ใช่คนที่เปิดเผยตัว ให้ใครได้เข้ามารู้จักง่ายๆ ถ้าคนนั้น ยังไม่ลึกซึ้งที่จะคบหาด้วย
น้ำแดง : เป็นคนเรียบร้อยอ่อนโยน บางครั้ง ค่อนข้างจะจู้จี้จุกจิกอยู่สักหน่อย จะแคร์คนและเป็นคนคิดมาก บางครั้ง ก็ช่างวิตกกังวลไปกับพูดคนอื่น แต่ในขณะเดียวกัน ชอบความเรียบง่ายและรักสงบ เป็นตัวของตัวเองมากทีเดียว
น้ำเขียว : เป็นคนเงียบๆ ดูธรรมดาแต่มีความเยือกเย็นหนักแน่น เอาจริงเอาจังกับ งานที่ได้รับมอบหมาย และค่อนข้างจะถือตัวอยู่สักหน่อย ไม่ชอบให้ใคร มาพูดล้อเล่น เจ๊าะแจ๊ะ เรื่อยเปื่อย ไม่ชอบชีวิตที่ตื่นเต้นโลดโผน แต่ต้องการ ความมั่นคงและหนักแน่น เสมอต้นเสมอปลาย
น้ำผลไม้ : เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมาก และเชื่อความรู้ความสามารถของตนเอง และตั้งเป้าหมายไว้สูงมากสนใจใฝ่รู้ ขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ เป็นคนใจกว้าง มีเพื่อนฝูงมาก และชอบเข้าสังคม แต่จะเป็นคนที่ไม่แคร์ และใส่ใจใครมากนัก
ถ้าชอบกินทุกน้ำก็ เลือกเอาที่ชอบที่สุดละกันนะ :)
สะกิด มีเกร็ดความรู้ เล็กๆน้อย สำหรับคนที่ เริ่มทำงานมาฝาก
ยิ้มแย้ม : สถานการณ์จะตึงเครียดแค่ไหน รอยยิ้มน้อยๆ ก็จะช่วยคลี่คลายอะไรๆ ไปในทางที่ดีได้เสมอ
มีน้ำใจ เรื่องน้ำใจในที่ทำงาน เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ : หากมีใคร ต้องการความช่วยเหลือ ถ้าไม่หนักหนาอะไรนัก และเราสามารถช่วยได้ ก็ควรแสดงน้ำใจช่วยเหลือ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สร้างความซาบซึ้งให้ผู้รับได้แล้ว
มีสัมมาคารวะ : ในฐานะที่เป็น ‘น้องใหม่’ เราก็ควรมีสัมมาคารวะ รู้จักเข้าหาผู้หลักใหญ่ อย่าไปเขินหรือทิฐิ และควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ต่อทุกๆ คน โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่า เขาจะเป็นใคร อายุน้อยหรือมากกว่าเรา
เรียนรู้เร็ว : พยายามศึกษาเรียนรู้ระบบงานให้เร็ว เปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อแนะนำจากรุ่นพี่ แล้วนำมาพัฒนางานของตัวเอง แต่นอกจากที่จะเรียนรู้เรื่องงานแล้ว ก็อย่าลืมเรียนรู้ระบบ วัฒนธรรมในที่ทำงานด้วย
มีมาดดี : การแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผมก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆ สำหรับการเริ่มต้นในที่ทำงานใหม่ เพราะการแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะ เหมาะกับบุคลิกของเรา และสายงานที่ทำนั้น ย่อมแสดงให้เห็น ถึงความพร้อมเสมอ
ลองเอาเกร็ดความรู้ ที่นำมาฝาก ไปใช้นะคะ
รักคืออะไร วันหนึ่งครูได้ให้เด็กนำหัวมันมาจากบ้าน แต่ละคนนั้นนำมาไม่เท่ากันเพราะ ครูมีเงื่อนไขที่ว่า ให้นำจำนวนหัวมันมา เท่ากับจำนวนคนที่เกลียดใครเกลียดหลายคนก็เอามาหลายหัว ดังนั้นแต่ละคนจึงนำหัวมันมาไม่เท่ากัน ครูให้เด็กบดหัวมันให้ละเอียด แล้วพกไปไหนมาไหนด้วยเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ผ่านไปสองสามวัน เด็กเริ่มบ่นเพราะมันหนักและเหม็น ยิ่งบางคนมีมันหลายหัวยิ่งเหม็นและหนักกว่าคนอื่น พอครบกำหนด ครูจึงถามเด็กๆว่าเป็นไงมั่ง เด็กๆบ่นว่าหนักค่ะ เหม็นครับ ดังนั้นครูจึงเฉลย ว่าที่ครูให้ทำนั้นหมายความว่าอย่างไร ความหมายก็คือยิ่งเรามีคนที่เกลียดมาก มันก็จะยิ่งกัดกร่อนจิตใจเรา นี่ขนาดให้ทำแค่ 1 อาทิตย์ยังบ่นกันขนาดนี้ ถ้าคนที่เราเกลียดจริงๆหล่ะ เราจะแบกความรู้สึกนี้ไว้นานแค่ไหน
จริงไหมคะ ยิ่งเรามีคนที่เราเกลียดมาก เราก็ทุกข์มาก ปล่อยวางซะเถอะค่ะ :)