บอกเพื่อนด้วย Link:
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประสูติเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470 ตรงกับวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น 12 ค่ำ ปีเถาะ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช พระราชโอรสพระองค์เล็กในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ และหม่อมสังวาลย์ ประสูติ ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสสาซูเสตต์ สหรัฐอเมริกา ทรงมีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระนาม “ภูมิพลอดุลยเดช” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มีความหมายว่า “ผู้ทรงกำลังอำนาจไม่มีอะไรเทียบในแผ่นดิน”
และในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 นี้ เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ทรงพระราชทานชื่องานว่า “พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี”
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
» เว็บที่เราอ่านมา
เขียนเมื่อวันที่ 30/05/2549
เคยดูรึยัง
คืนนี้(12 มิ.ย. 49)เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป ขบวนเรือพระราชพิธีจะเคลื่อนที่ออกจากท่าวาสุกรี
ขณะที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านท่าพระจันทร์ ท่าพระอาทิตย์ ร้านอาหารริมน้ำดัดแปลงจัดเป็นสถานที่ชมวิว
ถ้าไม่ได้ไปดูตามสถานที่ที่กล่าวมานี้ หรือคนที่อยู่ต่างจังหวัดรอชมการถ่ายทอดสดจากทางทีวีก็ได้นะคะ เพราะกระบวนเรือพระราชพิธีฯนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ รอดูกันนะคะ คิดแล้วตื่นเต้นจัง :)
เมื่อ 2 วันก่อน นักฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ชื่อก้องโลกด้วยงานเขียนอย่าง ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time) ดร. สตีเฟน ฮอว์คิง ได้เล่นเน็ตเข้าไปใช้ Yahoo Answers ซึ่งมีไว้ให้ใครก็ได้ตั้งคำถามมา แล้วรอคนอื่นตอบ ดร. ฮอว์คิง มีคำถามคาใจอยู่เลยกรอกลงไปในช่องคำถามว่า..
How can the human race survive the next hundred years?
In a world that is in chaos politically, socially and environmentally, how can the human race sustain another 100 years?
แปลตามประสาสะกิดว่า
ในโลกขณะนี้ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทางการเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม มนุษย์ชาติจะอยู่รอดในอีก 100 ปีข้างหน้านี้ได้อย่า่งไร?
สมาชิก Yahoo ตอบมามากมาย..
มนุษย์จะอยู่ใต้ดิน
เลิกใช้อาวุธนิวเคลียร์
อยู่ไปวันๆ
ไม่แน่ใจเหมือนกันหลังจากได้ยินเรื่องเกาหลีเหนือทดลองขีปนาวุธนิวเคลียร์
ไม่รอดแน่
รูปในหลวง เพื่อนส่งมาให้ก็เลยเอามาฝากกัน :)
รัฐบาลจัดทำของที่ระลึกเป็น"พระสังฃ์เลี่ยมทอง"เพื่อทูลเกล้าฯถวายในหลวง เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ดูจากรูปแล้วสวยมาก คนทำทำเก่งจัง สงสัยจะใช้เวลาทำนานมากๆ ดูจากรูป
ชาเนล (chanel)ได้เปิดตัวบูติกแห่งที่สองในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน หลังจากเปิดแห่งแรกที่ ดิ อิมโพเรียม ที่สยามพารากอนนี้ จะขายของที่เป็น กระเป๋ารองเท้า แว่นตา นาฬิกา
เอ้อ เห็นรูปแล้วไม่รู้จะได้ซื้อกะเขาไหมหนอ :) ขอไปเดินเที่ยวก็พอละเนาะ ของท่าจะแพงซื้อทีท่าจะหมดเป็นพันเป็นหมื่น
ข่าวดาราออกมาหมั้งกันแต่กันปีนี้เยอะมาก ดาราอีกคู่หนึ่งที่กำลังจะหมั้นกันในเดือน หน้า ซึ่งใช้เวลาคบหากันเพียง 3 อาทิตย์ ก็ตกลงใจจะหมั้นและแต่งกัน จะหมั้นในเดือน มิ.ย 49 และจะแต่งภายในสิ้นปีเดียวกัน
น.ส.พรธิดา เครือแพทย์ นิสิตชั้นปีที่ 4 ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้รับรางวัลชนะเลิศ และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชลในโครงการเอส บี ยังก์ ดีไซเนอร์ อวอร์ด 2006 ประเภท product design และได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท รวมทั้งได้ไปดูงาน "milan furniture fair" และร่วมสัมมนากับดีไซเนอร์ระดับโลกที่ประเทศอิตาลี
สำหรับเตียงนอนที่ออกแบบ เป็นการออกแบบเตียงนอน ที่ทันสมัยสามารถ ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย ในส่วนของหัวเตียงมีการซ่อนไฟ LED เพื่อบอกอารมณ์ของแต่ละวันได้ และสื่อให้เห็นถึง ความรู้สึกปลอดภัย ท่ามกลางสภาพสังคมในอนาคต ที่มีแต่ความวุ่นวาย การใช้ชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า "Cocoon" หรือ "ดักแด้"
ไอเดียดีๆ น่าสนับสนุนนะคะ เตียงนอนกระทัดรัดน่านอนดีด้วย :)
เรื่องราวดีๆ...น่าสนใจนำมาแบ่งปันค่ะ.. คุณนิติ ภูมิเนาวรัตน์ เขียนเรื่องนี้ลงไว้ใน "เปิดฟ้าส่องโลก" เรื่องของนายแพทย์ปิโยรส
ผู้อ่านท่านที่เคารพ ในชีวิตของคนเรานี่นะครับ บางครั้งก็อดไม่ได้
ที่จะแอบศรัทธาและภูมิใจในการกระทำของคนอื่น ผมเองก็ชื่นชมศรัทธาผู้คนอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นก็คือ นายแพทย์ ปิโยรส ปรียานนท์ เจอคุณหมอครั้งแรกเมื่อผมไปสอนที่ วิทยาลัยการทัพเรือซึ่ง ตอนโน้นคุณหมอเป็นนักเรียนแพทย์ทหารอยู่
หลังจากนั้นคุณหมอซึ่งเป็น ประธานมูลนิธิดวงแก้วก็ชวนผมไปหลายประเทศเพื่อนำทีมหมอไทย ไปช่วยผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ผมได้แต่ส่งลูกน้องไป ไม่เคยร่วมเดินทางกับคุณหมอและทีมงานมูลนิธิดวงแก้วซักที
เมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเอเชียและแอฟริกา
คุณหมอและทีมงานมูลนิธิขนเครื่องใช้และอุปกรณ์การแพทย์
เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอย่างเงียบๆ
แต่ละวันทีมงานของคุณหมอทำแผลให้คนไข้จนถึงตีห้า คลื่นยักษ์สึนามิเกิดในวันที่ 26
คุณหมอลงไปช่วยจนวันที่ 30 ธันวาคม ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าคุณแม่ป่วยหนัก
จึงต้องขึ้นกรุงเทพฯเพื่อมารักษาคุณแม่
คุณแม่หายดีแล้ว คุณหมอก็ลงไปช่วยเพื่อนมนุษย์อีก สถานการณ์
ในเมืองไทยได้รับการช่วยเหลือจาก ผู้คนในประเทศดีกว่าชาติอื่น
คุณหมอก็จึงเตรียมข้าวของมากถึง 5 ตัน นำบินตรงลงไปยังประเทศศรีลังกา
ผมเจอคุณหมอโดยบังเอิญบนเครื่องบิน และยังได้พบกันอีกครั้งในขณะที่คุณหมอและ ทีมงานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอยู่ที่ตำบลกัลมุไนคูดี
ซึ่งที่นี่เป็นเขตอิทธิพลของพยัคฆ์ทมิฬอีแลม พวกกบฏแบ่งแยกดินแดน
คุณหมอและทีมงานบรรจุยากันจนถึงตีสองตีสาม กลางวันก็ตระเวนไปตาม คามนิคมต่างๆ ทุกท่านใส่เสื้อที่มีธงชาติไทยติดไว้ที่หน้าอก ไปทางไหนผมได้ยินแต่ผู้คนส่งเสียงชื่นชม ไทยแลนด์ด็อกเตอร์ๆๆๆ มีแต่ไทยด็อกเตอร์เท่านั้นที่ไปได้ถึงผู้คนในชนบท บางครั้งทีมของคุณหมอก็เจออุปสรรคในการทำงาน เพราะทหารศรีลังกาต้องการสิ่งของบริจาคไปเก็บไว้ (ใช้เอง?) ในค่ายทหาร
นายแพทย์ปิโยรสเป็นหมอที่มีความรู้ดีมากท่านหนึ่ง จบแพทย์จุฬาฯ แล้วก็ไปต่อด้านศัลยกรรม ที่ญี่ปุ่นอีก 5 ปี และเรียนอีกหลายที่ครับ เช่น ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โชวะแห่งญี่ปุ่น เรียนปริญญาเอกทางพันธุวิศวกรรมการแพทย์จามหาวิทยาลัยโตเกียว ไปศึกษาเน้นด้านศีรษะและคอที่ศูนย์มะเร็งแห่งชาติชิบะ จากนั้นได้ทุนไปต่อที่ศูนย์การแพทย์เมาท์ไซนายที่นิวยอร์ก พันธุวิศวกรรมการแพทย์ ที่เอ็มไอที และยังทำวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอนของอังกฤษ ฯลฯ
คุณสมบัติชั้นยอดและมันสมองชั้นเยี่ยมอย่างคุณหมอปิโยรสนี่ มีแต่สถาบันการแพทย์ดังๆ ของโลกอยากได้ตัว ในวัย 46 ปี ขณะนี้คุณหมอมีโอกาสทำเงินได้มาก
แต่คุณหมอกลับทำตัวเรียบง่าย ในสมองสนใจแต่ว่าจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ได้อย่างไรแต่เพียงเท่านั้น ช่วยโดยไม่สนใจว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาไหน
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่อยากเป็นข่าว ไม่ต้องการประชาสัมพันธ์
ปรารถนาที่จะมีชีวิตเรียบๆเงียบๆ แต่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากสึนามิของทางการศรีลังกาคือ 30,721 คน แต่คุณหมอและผมเชื่อว่า ในความเป็นจริงมีมากกว่านั้นเยอะ เพราะบางที่มีการฝังโดยไม่มีการนับจำนวนและ ไม่ได้แจ้งทางราชการ ในการเดินทางไปศรีลังกาครั้งนี้
ผมยังบังเอิญได้พบกับทีมขององค์การอนามัยโลก ที่ส่วนใหญ่ขับรถยนต์ไปตรวจตราแล้วก็ (อาจจะ) เขียนรายงาน โดยไม่ได้ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านจริงๆอย่างทีมมูลนิธิดวงแก้ว
คนเราดวงจะเจอกันครับ ผมเจอคุณหมอปิโยรสโดยบังเอิญอีกครั้ง
ขณะที่กำลังนั่งรอเครื่องบินที่กรุงโคลัมโบ คุณหมอต้องรีบบินกลับเมืองไทย
เพราะมีโทรศัพท์แจ้งว่าอาการของคุณแม่เข้าขั้นวิกฤติ
เราถึงเมืองไทยในเวลาเที่ยงของอังคารวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2548 คุณหมอรีบตรงดิ่ง ไปยังโรงพยาบาล ได้กราบเท้าคุณแม่ซึ่งกำลังป่วยหนัก พอได้พบหน้าลูกชาย คุณสินทรา ปรียานนท์ ก็จากโลกนี้ไปเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา
ศพคุณแม่ของคุณหมอปิโยรสตั้งอยู่ ณ ศาลา 7 วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพฯ
คุณแม่สินทราจากโลกนี้ไปแล้ว
โดยทิ้งลูกชายไว้ช่วยมนุษยชาติ.
นิติภูมิ นวรัตน์