ดอกไม้สวยๆ คู่กับนางแบบน่ารักๆ
นางแบบสาวยืนโพสต์ท่าอย่างมั่นใจ ในชุดอาภรณ์ที่ประดับประดา ไปด้วยดอกไม้สดนานาพันธุ์ ที่ตลาดหินและไม้ดอก แห่งหนึ่งกลางเมืองจี่หนัน มณฑลซันตงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จีนสนับสนุน อุตสาหกรรมส่งออกดอกไม้ โดยคาดจะส่งออกเพิ่มขึ้น 4 เท่าเป็น 200 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2010 หรือเท่ากับ 1,000 ล้านดอก สร้างความกังวลอย่างมาก ต่อประเทศคู่แข่งอย่าง โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เคนย่า มาเลเซีย และไทย
มีพริตตี้ดอกไม้ พริตตี้รถยนต์ พริตตี้เกม อีกหน่อยจะมีพริตตี้อะไรอีกนะนี่ :)
หมวด:
ศิลปะ,
ดอกไม้,
ความงาม,
งานแสดงสินค้า,
ต่างประเทศ,
จีน,
สังคม,
สาวๆ,
พริตตี้,
แฟชั่น,
แฟชั่นโชว์
คริสต์มาสนี้ก่อนขบวนซานต้าจะออกส่งสินค้าตามปล่องควัน ตามคำขอ(สั่ง) ของเด็กๆ ซานต้าแอบกระซิบมาว่าเด็กๆทุกคน ทั้งเด็กดีเด็กเลว เด็กเล็ก เด็กโต เด็กโข่ง เด็กเมื่อวานซืน ทั่วโลก จะได้ของขวัญเป็นเวลาเพิ่มขึ้น 1 วินาทีก่อนสิ้นปีนี้ วินาทีที่เพิ่มนี้มาจากโลกเราหมุนช้าลงไปจากเมื่อซัก 2-3 ร้อยปีก่อน วันๆนึง นาฬิกาเราเดินเร็วกว่ารอบที่โลกหมุนจริง 2 ในพันส่วนของวินาที ซึ่งหมายความว่า ทุกหรึ่งปีกะอีก 4 เดือนครึ่ง เราจะได้เวลาเพิ่มขึ้น 1 วินาที ซึ่งเค้าจะนัดเพิ่มเวลากันก็สิ้นปีนี้เป็นครั้งที่ 23
ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเอายังไงดี กะเรื่องเวลา มีคนบอกว่าน่าจะไปแก้หน่วยเวลาที่ใช้นับกัน แต่บางคนก็ว่า ถ้าไปทำยังงั้นนี่ปวดหัวตาย ระบบที่ใช้คิดคำนวณกันเดิมก็ต้องมาเปลี่ยนหมด แต่บางคนก็ว่าน่าจะเลิกใช้วิธีการ "นัดเพิ่มเวลา" แบบที่ทำอยู่นี้เพราะว่ามันจะยุ่งยากที่จะต้องไปตามแก้เวลากับเครื่องมือต่างๆ รวมทั้งดาวเทียม สุขสันต์คริสต์มาสนะคร้าบ
เรื่องราวดีๆ...น่าสนใจนำมาแบ่งปันค่ะ.. คุณนิติ ภูมิเนาวรัตน์ เขียนเรื่องนี้ลงไว้ใน "เปิดฟ้าส่องโลก" เรื่องของนายแพทย์ปิโยรส
ผู้อ่านท่านที่เคารพ ในชีวิตของคนเรานี่นะครับ บางครั้งก็อดไม่ได้
ที่จะแอบศรัทธาและภูมิใจในการกระทำของคนอื่น ผมเองก็ชื่นชมศรัทธาผู้คนอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นก็คือ นายแพทย์ ปิโยรส ปรียานนท์ เจอคุณหมอครั้งแรกเมื่อผมไปสอนที่ วิทยาลัยการทัพเรือซึ่ง ตอนโน้นคุณหมอเป็นนักเรียนแพทย์ทหารอยู่
หลังจากนั้นคุณหมอซึ่งเป็น ประธานมูลนิธิดวงแก้วก็ชวนผมไปหลายประเทศเพื่อนำทีมหมอไทย ไปช่วยผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ผมได้แต่ส่งลูกน้องไป ไม่เคยร่วมเดินทางกับคุณหมอและทีมงานมูลนิธิดวงแก้วซักที
เมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเอเชียและแอฟริกา
คุณหมอและทีมงานมูลนิธิขนเครื่องใช้และอุปกรณ์การแพทย์
เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอย่างเงียบๆ
แต่ละวันทีมงานของคุณหมอทำแผลให้คนไข้จนถึงตีห้า คลื่นยักษ์สึนามิเกิดในวันที่ 26
คุณหมอลงไปช่วยจนวันที่ 30 ธันวาคม ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าคุณแม่ป่วยหนัก
จึงต้องขึ้นกรุงเทพฯเพื่อมารักษาคุณแม่
คุณแม่หายดีแล้ว คุณหมอก็ลงไปช่วยเพื่อนมนุษย์อีก สถานการณ์
ในเมืองไทยได้รับการช่วยเหลือจาก ผู้คนในประเทศดีกว่าชาติอื่น
คุณหมอก็จึงเตรียมข้าวของมากถึง 5 ตัน นำบินตรงลงไปยังประเทศศรีลังกา
ผมเจอคุณหมอโดยบังเอิญบนเครื่องบิน และยังได้พบกันอีกครั้งในขณะที่คุณหมอและ ทีมงานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอยู่ที่ตำบลกัลมุไนคูดี
ซึ่งที่นี่เป็นเขตอิทธิพลของพยัคฆ์ทมิฬอีแลม พวกกบฏแบ่งแยกดินแดน
คุณหมอและทีมงานบรรจุยากันจนถึงตีสองตีสาม กลางวันก็ตระเวนไปตาม คามนิคมต่างๆ ทุกท่านใส่เสื้อที่มีธงชาติไทยติดไว้ที่หน้าอก ไปทางไหนผมได้ยินแต่ผู้คนส่งเสียงชื่นชม ไทยแลนด์ด็อกเตอร์ๆๆๆ มีแต่ไทยด็อกเตอร์เท่านั้นที่ไปได้ถึงผู้คนในชนบท บางครั้งทีมของคุณหมอก็เจออุปสรรคในการทำงาน เพราะทหารศรีลังกาต้องการสิ่งของบริจาคไปเก็บไว้ (ใช้เอง?) ในค่ายทหาร
นายแพทย์ปิโยรสเป็นหมอที่มีความรู้ดีมากท่านหนึ่ง จบแพทย์จุฬาฯ แล้วก็ไปต่อด้านศัลยกรรม ที่ญี่ปุ่นอีก 5 ปี และเรียนอีกหลายที่ครับ เช่น ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โชวะแห่งญี่ปุ่น เรียนปริญญาเอกทางพันธุวิศวกรรมการแพทย์จามหาวิทยาลัยโตเกียว ไปศึกษาเน้นด้านศีรษะและคอที่ศูนย์มะเร็งแห่งชาติชิบะ จากนั้นได้ทุนไปต่อที่ศูนย์การแพทย์เมาท์ไซนายที่นิวยอร์ก พันธุวิศวกรรมการแพทย์ ที่เอ็มไอที และยังทำวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอนของอังกฤษ ฯลฯ
คุณสมบัติชั้นยอดและมันสมองชั้นเยี่ยมอย่างคุณหมอปิโยรสนี่ มีแต่สถาบันการแพทย์ดังๆ ของโลกอยากได้ตัว ในวัย 46 ปี ขณะนี้คุณหมอมีโอกาสทำเงินได้มาก
แต่คุณหมอกลับทำตัวเรียบง่าย ในสมองสนใจแต่ว่าจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ได้อย่างไรแต่เพียงเท่านั้น ช่วยโดยไม่สนใจว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาไหน
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่อยากเป็นข่าว ไม่ต้องการประชาสัมพันธ์
ปรารถนาที่จะมีชีวิตเรียบๆเงียบๆ แต่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากสึนามิของทางการศรีลังกาคือ 30,721 คน แต่คุณหมอและผมเชื่อว่า ในความเป็นจริงมีมากกว่านั้นเยอะ เพราะบางที่มีการฝังโดยไม่มีการนับจำนวนและ ไม่ได้แจ้งทางราชการ ในการเดินทางไปศรีลังกาครั้งนี้
ผมยังบังเอิญได้พบกับทีมขององค์การอนามัยโลก ที่ส่วนใหญ่ขับรถยนต์ไปตรวจตราแล้วก็ (อาจจะ) เขียนรายงาน โดยไม่ได้ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านจริงๆอย่างทีมมูลนิธิดวงแก้ว
คนเราดวงจะเจอกันครับ ผมเจอคุณหมอปิโยรสโดยบังเอิญอีกครั้ง
ขณะที่กำลังนั่งรอเครื่องบินที่กรุงโคลัมโบ คุณหมอต้องรีบบินกลับเมืองไทย
เพราะมีโทรศัพท์แจ้งว่าอาการของคุณแม่เข้าขั้นวิกฤติ
เราถึงเมืองไทยในเวลาเที่ยงของอังคารวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2548 คุณหมอรีบตรงดิ่ง ไปยังโรงพยาบาล ได้กราบเท้าคุณแม่ซึ่งกำลังป่วยหนัก พอได้พบหน้าลูกชาย คุณสินทรา ปรียานนท์ ก็จากโลกนี้ไปเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา
ศพคุณแม่ของคุณหมอปิโยรสตั้งอยู่ ณ ศาลา 7 วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพฯ
คุณแม่สินทราจากโลกนี้ไปแล้ว
โดยทิ้งลูกชายไว้ช่วยมนุษยชาติ.
นิติภูมิ นวรัตน์
ภายใต้ชื่องาน “ปาร์ตี้หิน”
สีว์จวินอี้ ชาวไต้หวันวัย 60 ปี ได้นำอาหาร “หิน” จานหายากและแพงสุดๆ ถึง 52 จาน มาแสดงโชว์ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์จนกระทั่งถึงวันที่ 12 สิงหาคมนี้ มีตั้งแต่อาหารตะวันออกยันตะวันตก ตั้งแต่ข้าวผัดหยางโจว ติ่มซำ จนถึงไข่ปลาคาเวียร์ โดยอาหารหินจานที่แพงที่สุดคือ คากิ+ไข่ต้ม ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 85,000 เหรียญสหรัฐ
ที่สำคัญ งานนี้ไม่มีเก็บเงิน ชมฟรี (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน)
หมวด:
อาหารการกิน,
ท่องเที่ยว,
ของ,
ของแจ๋ว,
ข่าวแปลกๆ,
งานอดิเรก,
งานแสดงสินค้า,
ต่างประเทศ,
สังคม,
นิทรรศการ,
ไอเดีย
เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีเพื่อให้เยาวชนจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมแข่งขันแสดงความสามารถ
ด้านการร้องเพลงประกอบการแสดงอย่างใดอย่างหนึ่งร่วมด้วย เช่น การแสดงบทบาทสมมุติ
เล่นเป็นละคร, การเต้นและพูด นำเสนอเป็นแบบ Talk Show ซึ่งจะทำการคัดเลือกให้เหลือ
จำนวน 8 เดี่ยว และ 8 ทีม เพื่อเข้าค่ายฝึกอบรมเป็นเวลา 1 เดือนในช่วงเดือนตุลาคม
โดยจะมีการแข่งขันร้องเพลงทุกสัปดาห์ ตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมจนสิ้นสุดใน
เดือนพฤศจิกายน เพื่อหาผู้ชนะเลิศ
คุณสมบัติของผู้เข้าแข่งขัน
เยาวชน อายุระหว่าง 8 -14 ปี (เกิดปี พ.ศ. 2535 - 2541) ทุกเพศ
ที่มีความสนใจในการร้องเพลง การเต้น การพูด และ การแสดง
มีความริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก
สำหรับคนที่สนใจ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลยค่ะ
รีบๆหน่อยนะคะ รับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 20 ส.ค. 49 นี้เท่านั้นนะคะ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วค่ะ :)
เศรษฐีอันดับ 2 ของโลก คุณ วอร์เรน บัฟเฟต (Warren Buffet) ประกาศบริจาคเงินที่เค้าสั่งสมมาตลอดชีวิตร่วม 85% คิดเป็นมูลค่าร่วมล้านล้านบาท ให้มูลนิธิ 5 แห่ง ซึ่งมูลนิธิเกตส์ของคุณบิลล์เกตส์และภรรยา (เพื่อคุณภาพชีวิตของคนยากไร้ทั่วโลก) จะได้เงินจากมิตรซุปเปอร์เศรษฐีคนนี้ประมาณ 80%
เงินที่ได้นี้ถือเป็นเงินบริจาคที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกที่เคยมีมา เงินนี้คุณวอร์เรน บัฟเฟตหามาเองเกือบทั้งสิ้นตลอดชีวิตการลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักธุรกิจตัวอย่าง ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม และไม่ฟุ้งเฟ้อ ปัจจุบันเศรษฐีอับดับ 2 ของโลกทุนนิยมวัย 75 นี้ยังขับรถลินคอนธรรมดาๆด้วยตัวเอง อยู่เสมอ
ในภาพนี้นักเรียนคนหนึ่งเล่าว่า หลังจากคุณลุงได้เข้าพบปะเด็กๆในโรงเรียนแล้วก็บึ่งรถแกออกไปเพื่อคุยธุุรกิจ ซึ่งวันรุ่งขึ้นประกาศว่าได้ซื้อกิจการเป็นจำนวนถึง 5 พันล้านเหรียญ (2 แสนล้านบาท)
คุณบัฟเฟตบอกต่อด้วยว่าจะให้แต่เงิน เพราะขี้เกียจฟังคนพูดมาก และการทุ่มเงินจำนวนมากให้ลูกหลานนั้น มองยังไงมันก็ไม่เข้าท่า
เกาหลีเหนือเพิ่งทดลองไปหมาดๆ (แล้วโดน USA ญี่ปุ่นจวกยับ) อินเดียไม่น้อยหน้า ลองยิงจรวดมิสไซล์ทดสอบไปได้ไกลถึง 3 พัน กิโลเมตร ถ้ายิงจากอินเดียก็ไปถึงจีน
จรวดของอินเดียนี้สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ แปลกใจมั้ยทำไมอเมริกา ไม่โวยเหมือนตอนเกาหลีเหนือทดลองขีปนาวุธ? ทั้งที่จรวดของทั้งสองประเทศพลาดเป้า
รู้ไว้ใช่ว่า..
อเมริกาทำข้อตกลงร่วมพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์กับอินเดีย (ย้ำ.. พลังงาน) โดยทางอินเดียต้องเปิดให้อเมริกาเข้าตรวจสอบโรงงานปฏิกรณ์ทั้ง 14 แห่งแต่อีก 8 แห่งที่เป็นโรงปฏิกรณ์ทางทหารนั้นเข้าไปไม่ได้ อเมริกาจะสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและเชื้อเพลิง
จีนตอนนี้ถูกล้อมด้วยขีปนาวุธรอบด้าน:
ทางเหนือ: รัสเซีย
ตะวันตก: ตุรกี, อังกฤษ (อเมริกา?)
ตะวันออก: ญี่ปุ่น
ใต้: อินเดีย
ของจริงไม่ได้โม้ .. เมื่อบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ต้องต่อสู้กับกฎหมายเข้มงวดของรัฐ(ฝรั่ง) อย่างห้ามมีวัตถุไม่สวยงาม ห้ามมีเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือมากเกินไป แต่ทำได้ไง ลูกค้าบอก ทุกที่ทุกเวลามันโทรไม่ติดซักกะที่ .. จึงเกิดกลยุทธอำพรางเสา อย่างทำให้เสากลายเป็นต้นมะพร้าว, ต้นไม้ไปซะ .. ความคิดสร้างสรรค์บรรเจิดขึ้นเรื่อยๆ อย่าง แท้งค์น้ำปลอม, หอคอย, ป้ายหลุมศพ, ป้ายร้านอาหาร, เสาธง, โบสถ์, ปล่องควัน หรือเอาเสาลอยฟ้าเป็นบอลลูนไปเลย