ใครที่อารมณ์ไม่ดีอยู่ ลองอ่านบทความนี้ บางที อาจจะช่วยอะไรได้บ้างนะ
ลาแซลมอนและปลาแมคเคอเรล อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีการวิจัยยืนยันว่า หากขาดกรดไขมันชนิดนี้ จะไปสู่อาการซึมเศร้าได้
ไก่และไก่งวง มีวิตามินบี 6 สูง ซึ่งเป็นสารอาหารอีกชนิดที่มีส่วนสำคัญในการผลิตเซโรโทนิน นอกจากนี้ไก่และไก่งวงยังอุดมด้วยเซเลเนียม วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญ
น้ำมันคาโนลา (Canola Oil) คนที่มีอาการซึมเศร้ามักจะมีระดับวิตามินอีต่ำ ซึ่งน้ำมันคาโนลา สามารถทดแทนได้เพราะมีวิตามินอีสูงมาก อาจใช้น้ำมันคาโนลาปรุงอาหารแทนน้ำมันพืชก็ได้ แต่ไม่ควรทานเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ เพราะจะทำให้อ้วนได้
ผักโขม ผักใบเขียวอย่างผักโขมมีโฟเลตสูง ซึ่งโฟเลตมีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างเซโรโทนิน ลองหันมากินสลัดผักโขม แทนสลัดผักกาดหอมทั่วไป เวลาอารมณ์ไม่ดีก็ช่วยได้
ถั่วชิกพี หรือถั่วหัวช้าง (Chick Pea) มีโฟเลตและวิตามินอีสูง นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ ธาตุเหล็ก โปรตีนสูง แต่ไขมันต่ำ เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์
อาหารอร่อย ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้นะ ไม่เชื่อ.. ต้องลอง :)
วันแม่ ใน สมัยก่อนนั้นไม่มีการกำหนดวันแม่ให้แน่ชัดเนื่องจากเกิดเหตุการณ์หลายอย่าง การจัดวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2486 ณ สวนอัมพร แต่เนื่องจากช่วงนั้น เป็นช่วงสงครามโลก ปีต่อมาจึงงด หลายฝ่ายพยายามรื้อฟื้นวันแม่ขึ้นมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และได้วันที่เป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน เริ่มขึ้นในปี 2493 จัดในวันนี้ไปอีกหลายปีแต่ต้องหยุดชะงักลง เพราะกระทรวงวัฒนธรรมโดนยุบ ต่อมาได้กำหนดจัดวันแม่วันที่ 4 ตุลาคม เริ่มในปี 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี 2519 คณะกรรมการอำนวยการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา
เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับ ความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย...
ใครที่ชอบลืมบ่อยๆ อาการปลาทองเริ่มมาเยือนแล้วหล่ะค่ะ ต้องบริหารสมองหน่อยนะคะ ทำตามนี้เลยค่ะ
กินอาหารที่มีประโยชน์ : การกินผักและ ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ส้ม ผักโขม แครอท บร็อค-โคลี มะเขือเทศ
ออกกำลังกาย : การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือบอดี้คอมแบต ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานดีขึ้น
ออกกำลังสมอง : การเล่นหมากรุก การอ่านหนังสือ การเล่นเกมอักษรไขว้ เป็นการออกกำลังสมองอย่างหนึ่งนะคะ
หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า : แอลกอฮอล์สามารถไปรบกวนการสร้างความจำระยะยาว คิดง่ายๆคือ แค่เราดื่มเหล้า เราก็จำไม่ได้แล้วว่า เมื่อคืนดื่มไปกี่แก้ว พูดอะไรออกไปบ้าง
พยายาม ใช้สมองบ้างนะคะ เราจะได้ไม่ขี้ลืมค่ะ :)
ถ้าเบื่อทะเลาะกับแฟนแล้วเลิกกันแล้วกลับมาดีกันแล้วเลิกกัน วนไปวนมาเป็นวงจรอุบาทว์ไม่รู้จบ อยากเอาไอ้อีนี้ออกไปจากชีวิตเสียทีให้สิ้นเรื่องจะได้มีแฟนใหม่ดีๆกับเค้ามั่ง ทำตามนี้
ถามตัวเองให้แน่ใจว่าอยากเลิกจริงๆ ถ้ายังมีความรู้สึกให้คนๆนี้อยู่ เดี๋ยวก็กลับไปเข้าวงจรอุบาทว์ใหม่
เขียนรายการสิ่งดีๆที่จะเกิดกับชีวิตถ้าเลิกกับไอ้อีคนนี้ เทียบกับถ้าต้องใช้ชีวิตที่เหลือกับมัน
ตั้งเวลาเลิก อย่าเลิกเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แล้วบอกอีกฝ่ายอ้อมให้เค้าเตรียมตัว เช่น "ถ้าชั้นจ่ายค่าเช่าสิ้นเดือนนี้แล้วชั้นจะย้ายออกไปแล้วนะ" หรือ "ชั้นจะย้ายไปอยู่กับบิดามารดาของชั้น" หรือ "สิ้นเดือนนี้แกออกไปเลย"
อย่าทะเลาะ เพราะเด๋วก็ต้องไปจุ๊บกันเหมือนเดิม บอกไปว่าเลิก ไม่ต้องพูดมาก ไม่ต้องถาม ไม่ต้องเถียง จบ (ทำเลือดเย็นๆไว้)
เมื่ออยู่ตัวคนเดียวแล้ว ก็เอาใจตัวเองหน่อย อยากทำอะไรก็ทำ เพราะไม่งั้นจะเบื่อแล้วโทรกลับไปหาไอ้อีคนนั้นอีก
หาเพื่อนใหม่ ทำสิ่งที่ไม่เคยทำตอนอยู่กับไอ้อีคนนั้น
เลิกติดต่อ ทำตัวหายสาปสูญ แม้ว่าจะเป็นเพื่อนกันอยู่ก็ตาม รอไปนานๆจนมีความสุขกับชีวิตใหม่ จนลืมมันไปแล้วค่อยติดต่อได้ ไม่งั้นมันกลับมาแน่
อย่าคิดถึงความหลัง ถ้าเพื่อนพูดถึงไอ้อีคนนี้ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม บอกให้มันหยุด ทิ้งรูป ของขวัญ ของกุ๊กกิ๊กทุกอย่างที่เกี่ยวกับแฟนเก่าให้หมด ใส่ชักโครก กดปุ่มล้างน้ำเลย
เตรียมใจไว้ว่าแฟนเก่ามันอาจจะพูดไม่ดีเกี่ยวกับเราให้คนอื่นฟัง อย่าไปคิดมาก ถือเป็นเรื่องขำไปที่มันยังทำใจไม่ได้ที่ตอ้งเลิกกับคนสวย/หล่ออย่างเรา
อย่าลืมว่าไอ้อีคนนี้มันไม่ใช่ "คนที่ใช่" ทุกคนต้องเจอเหมือนกันหมด เป็นธรรมดาชีวิต ก็แค่เข้ากันไม่ได้ แล้วอย่าลืมทำตัวให้ดีๆสำหรับคนใหม่ที่ดีกว่าน่าตื่นเต้นกว่า เสียวกว่า
คำเตือน
ถ้าคุณแต่งงานกับคนที่ว่านี้อย่าลืมไปทำเรื่องหย่าให้ได้ซะก่อน
คนแต่งงานแล้วไม่เลิกง่ายๆ
ถ้าไอ้อีคนนี้เป็นคนขี้หึงหวง ชอบบงการ หรือเจ้าเล่ห์ เตรียมตัวพบกับเรื่องอุบาทว์ๆอย่างตามสืบ คอยวุ่ยวายกับชีวิตคุณ ป้องกันตัวเองให้ดี หนีไปไกลๆ
อาจจะเป็นรถเฟอรารี่คันเดียว ที่ไมเคิล ชูมัคเกอร์ นักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน F1 ทีมเฟอรารี่ นั่งไม่ได้ เพราะรถนี้อ้วนจัด อ้วนแม้แต่เบาะ ดูดิ นั่งยังไงเนี่ย
จริงๆเป็นเฟอรารี่ปลอม เค้าทำมาออกงานศิลปะ โดยศิลปินชาวออสเตรียที่มีแนวคิดเสียดสีโรคอ้วน
พูดถึงโรคอ้วน ตอนนี้มีงานประชุมสัมมนาโรคอ้วนนานาชาติ ที่ออสเตรเลีย ได้ความรู้มาว่า ตอนนี้จำนวนคนอ้วนเกินขนาดในโลกแซงจำนวนคนอดอยากไปแล้ว (1 พันล้านต่อ 800 ล้านคน) ดูจากตัวเลขเชื่อว่าคนขาดอาหารคงต้องคิดหนัก เพราะว่ากว่าจะอดอาหารได้ ต้องลงทุนสูงกว่าเยอะ ไหนจะต้องไปซื้อยาเพิ่มความแห้งลดความอ้วน ไหนจะต้องจ้างคนพยุงเดินเพราะหน้ามืดไม่ได้กินข้าว .. สลัดก็จานละหลายตัง ในขณะที่ปาท่องโก๋ 20 บาทก็ทำให้อ้วนจนเกินคุ้ม .. เกิดมันฝรั่งทอดลดราคาอีกละยุ่งเลย
บทความรักเพราะๆ "ถ้อยคำสั้นๆ"
ทุกครั้งที่สายลมพัดไหว
หัวใจก็ล่องลอยไปกับความรู้สึกลึกล้ำ
เช้าที่แดดส่องสว่าง ยามบ่ายที่สายฝนพร่างพร่ำ
หรือแม้แต่ในคืนค่ำที่ดอกหญ้าเริงระบำใต้แสงดาว
มีเพียงความรู้สึกเดียวที่ชัดเจน...
อย่างที่ฉันเป็น...
ที่เธอรับรู้ ได้เห็น โดยไม่ต้องบอกกล่าว
แต่ละวันผ่านไป มีเธอเสมอในทุกเรื่องราว
สุข ทุกข์ ร้อน หนาว ฉันรู้ว่ายังมีเราอยู่ใกล้ๆกัน
ทุกครั้งที่สายลมพัดไหว
หัวใจก็ล่องลอยไปกับความรู้สึกเหล่านั้น
ซึ่งอาจไม่ยิ่งใหญ่ แต่มีค่าต่อหัวใจ ต่อความผูกพัน
และแทนด้วยถ้อยคำสั้นๆ
นั่น...คือ...รักเธอ
คำสั้นๆเองนะคะ คำว่ารัก แต่มีความหมายมากเหลือเกิน
เค้าไม่พูด ไม่ใช่ว่าเค้าไม่รักนะ ลองสังเกตคนรักข้างๆนะ
เค้าชอบที่จะจับผมของเรา
เค้าชอบลูบหัว(ด้วยความเอ็นดู)
เค้ามักจะกุมมือของเราเสมอ
เค้าชอบที่จะโอบกอดเราจากข้างหลัง
เค้าจะจูบตรงหน้าผากของเรา
เวลาเดินด้วยกันเค้าจะโอบเอวเราเสมอ
เค้าอยากให้เราอยุ่ใกล้เค้าให้มากที่สุด
เค้าจะคอยเป็นห่วง ดูแลเราตลอด
เค้าจะงอนเอามากๆ ถ้าเราไม่รับโทรศัพท์ (ก้อมันคิดถึงอ่านะ)
เค้ายินดีที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเรา
ถ้าใครเจอคนแบบนี้แล้ว อย่ามัวแต่น้อยใจเค้าเลยนะคะ
สะกิดมีวิธีจาม แบบถูกวิธีมาฝาก
วิธีการคือ ก่อนจามให้ยกแขนข้างใดข้างหนึ่ง ขึ้นมาจับไหล่ของตัวเองฝั่งตรงกันข้าม (ถ้าแขนขวาก็จับไหล่ซ้าย ถ้าแขนซ้ายก็จับไหล่ขวา) เมื่อจับไหล่ตัวเองแล้ว ให้ยกมุมข้อศอกปิดปากและจมูกตัวเองแล้วค่อยจาม
คราวหน้าก่อนจาม อย่าลืมวิธีนี้นะคะ จะได้ไม่ทำให้คนข้างๆ ติดเชื้อโรคได้ :)