เรื่องราวดีๆ…น่าสนใจนำมาแบ่งปันค่ะ.. คุณนิติ ภูมิเนาวรัตน์ เขียนเรื่องนี้ลงไว้ใน “เปิดฟ้าส่องโลก” เรื่องของนายแพทย์ปิโยรส
ผู้อ่านท่านที่เคารพ ในชีวิตของคนเรานี่นะครับ บางครั้งก็อดไม่ได้
ที่จะแอบศรัทธาและภูมิใจในการกระทำของคนอื่น ผมเองก็ชื่นชมศรัทธาผู้คนอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นก็คือ นายแพทย์ ปิโยรส ปรียานนท์ เจอคุณหมอครั้งแรกเมื่อผมไปสอนที่ วิทยาลัยการทัพเรือซึ่ง ตอนโน้นคุณหมอเป็นนักเรียนแพทย์ทหารอยู่
หลังจากนั้นคุณหมอซึ่งเป็น ประธานมูลนิธิดวงแก้วก็ชวนผมไปหลายประเทศเพื่อนำทีมหมอไทย ไปช่วยผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ผมได้แต่ส่งลูกน้องไป ไม่เคยร่วมเดินทางกับคุณหมอและทีมงานมูลนิธิดวงแก้วซักที
เมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเอเชียและแอฟริกา
คุณหมอและทีมงานมูลนิธิขนเครื่องใช้และอุปกรณ์การแพทย์
เดินทางไปช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอย่างเงียบๆ
แต่ละวันทีมงานของคุณหมอทำแผลให้คนไข้จนถึงตีห้า คลื่นยักษ์สึนามิเกิดในวันที่ 26
คุณหมอลงไปช่วยจนวันที่ 30 ธันวาคม ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าคุณแม่ป่วยหนัก
จึงต้องขึ้นกรุงเทพฯเพื่อมารักษาคุณแม่
คุณแม่หายดีแล้ว คุณหมอก็ลงไปช่วยเพื่อนมนุษย์อีก สถานการณ์
ในเมืองไทยได้รับการช่วยเหลือจาก ผู้คนในประเทศดีกว่าชาติอื่น
คุณหมอก็จึงเตรียมข้าวของมากถึง 5 ตัน นำบินตรงลงไปยังประเทศศรีลังกา
ผมเจอคุณหมอโดยบังเอิญบนเครื่องบิน และยังได้พบกันอีกครั้งในขณะที่คุณหมอและ ทีมงานปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบพบเคราะห์กรรมอยู่ที่ตำบลกัลมุไนคูดี
ซึ่งที่นี่เป็นเขตอิทธิพลของพยัคฆ์ทมิฬอีแลม พวกกบฏแบ่งแยกดินแดน
คุณหมอและทีมงานบรรจุยากันจนถึงตีสองตีสาม กลางวันก็ตระเวนไปตาม คามนิคมต่างๆ ทุกท่านใส่เสื้อที่มีธงชาติไทยติดไว้ที่หน้าอก ไปทางไหนผมได้ยินแต่ผู้คนส่งเสียงชื่นชม ไทยแลนด์ด็อกเตอร์ๆๆๆ มีแต่ไทยด็อกเตอร์เท่านั้นที่ไปได้ถึงผู้คนในชนบท บางครั้งทีมของคุณหมอก็เจออุปสรรคในการทำงาน เพราะทหารศรีลังกาต้องการสิ่งของบริจาคไปเก็บไว้ (ใช้เอง?) ในค่ายทหาร
นายแพทย์ปิโยรสเป็นหมอที่มีความรู้ดีมากท่านหนึ่ง จบแพทย์จุฬาฯ แล้วก็ไปต่อด้านศัลยกรรม ที่ญี่ปุ่นอีก 5 ปี และเรียนอีกหลายที่ครับ เช่น ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โชวะแห่งญี่ปุ่น เรียนปริญญาเอกทางพันธุวิศวกรรมการแพทย์จามหาวิทยาลัยโตเกียว ไปศึกษาเน้นด้านศีรษะและคอที่ศูนย์มะเร็งแห่งชาติชิบะ จากนั้นได้ทุนไปต่อที่ศูนย์การแพทย์เมาท์ไซนายที่นิวยอร์ก พันธุวิศวกรรมการแพทย์ ที่เอ็มไอที และยังทำวิจัยต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอนของอังกฤษ ฯลฯ
คุณสมบัติชั้นยอดและมันสมองชั้นเยี่ยมอย่างคุณหมอปิโยรสนี่ มีแต่สถาบันการแพทย์ดังๆ ของโลกอยากได้ตัว ในวัย 46 ปี ขณะนี้คุณหมอมีโอกาสทำเงินได้มาก
แต่คุณหมอกลับทำตัวเรียบง่าย ในสมองสนใจแต่ว่าจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ได้อย่างไรแต่เพียงเท่านั้น ช่วยโดยไม่สนใจว่าจะเชื้อชาติใด ศาสนาไหน
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่อยากเป็นข่าว ไม่ต้องการประชาสัมพันธ์
ปรารถนาที่จะมีชีวิตเรียบๆเงียบๆ แต่มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
ตัวเลขของผู้เสียชีวิตจากสึนามิของทางการศรีลังกาคือ 30,721 คน แต่คุณหมอและผมเชื่อว่า ในความเป็นจริงมีมากกว่านั้นเยอะ เพราะบางที่มีการฝังโดยไม่มีการนับจำนวนและ ไม่ได้แจ้งทางราชการ ในการเดินทางไปศรีลังกาครั้งนี้
ผมยังบังเอิญได้พบกับทีมขององค์การอนามัยโลก ที่ส่วนใหญ่ขับรถยนต์ไปตรวจตราแล้วก็ (อาจจะ) เขียนรายงาน โดยไม่ได้ลงไปช่วยเหลือชาวบ้านจริงๆอย่างทีมมูลนิธิดวงแก้ว
คนเราดวงจะเจอกันครับ ผมเจอคุณหมอปิโยรสโดยบังเอิญอีกครั้ง
ขณะที่กำลังนั่งรอเครื่องบินที่กรุงโคลัมโบ คุณหมอต้องรีบบินกลับเมืองไทย
เพราะมีโทรศัพท์แจ้งว่าอาการของคุณแม่เข้าขั้นวิกฤติ
เราถึงเมืองไทยในเวลาเที่ยงของอังคารวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2548 คุณหมอรีบตรงดิ่ง ไปยังโรงพยาบาล ได้กราบเท้าคุณแม่ซึ่งกำลังป่วยหนัก พอได้พบหน้าลูกชาย คุณสินทรา ปรียานนท์ ก็จากโลกนี้ไปเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา
ศพคุณแม่ของคุณหมอปิโยรสตั้งอยู่ ณ ศาลา 7 วัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพฯ
คุณแม่สินทราจากโลกนี้ไปแล้ว
โดยทิ้งลูกชายไว้ช่วยมนุษยชาติ.
นิติภูมิ นวรัตน์
» เว็บที่เราอ่านมา
เขียนเมื่อวันที่ 8/12/2548
เคยดูรึยัง
แหล่งข่าววงใน เผยว่า วิลลี่ ดีใจสุดๆ เมื่อได้ข่าวว่า เยลหลี ภรรยาสุดที่รักท้องแล้ว อย่างไรก็ตาม วิลลี่ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อใด เพราะกำลังเตรียมแถลงข่าวเป็นทางการในไม่กี่วันนี้
ยังไงก็ดีใจกับ "พี่วิลลี่-พี่เยลหลี" ด้วยนะคะ น้องแม็คจะได้มีเพื่อนเล่น :)
เอารูปบ้านเอื้ออาธรที่ต่างประเทศมาฝาก เห็นแล้วอยากมีสักหลังไหมคะ เคลื่อนย้ายบ้านทีไม่ต้องเก็บของให้ยุ่งยาก ยกมันไปทั้งหลังเลย แจ๋วกว่า ไม่ต้องหาที่อยู่ใหม่ให้เสียเวลาด้วย :) (ที่มา:E-mail)
รักแท้ของคุณปู่ เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นจริง ในเมืองจีน
เรื่องราวความรักของคุณปู่วัย 70 ปี ใช้สองมือสลักหิน เป็นขั้นบันไดกว่า 6,000 ขั้น ทอดยาวขึ้นไปยังภูเขา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภรรยาวัย 80 ปี คว้ารางวัลสุดยอด เรื่องรักแดนมังกรประจำปี 2006 ซึ่งจัดขึ้นโดย Chinese Women Weekly ซึ่งรวมรวมเรื่องราวความรัก จากทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา
ตำนานความรักของคนคู่นี้ เริ่มต้นเมื่อ 50 ปีก่อน เมื่อหลิวกั๋วเจียงวัย 20 ปี เกิดตกหลุมรักหญิงม่าย สีว์เชาชิง ซึ่งมีอายุมากกว่าถึง 10 ปี ทั้งเพื่อนและญาติพี่น้อง ต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงความสัมพันธ์ต่างวัย แถมฝ่ายหญิงยังมีลูกติดอีกต่างหาก เพื่อหนีคำครหาและรังเกียจจากสังคม ทั้งคู่จึงได้หนีไปใช้ชีวิตในถ้ำแห่งหนึ่ง ในอำเภอเจียงจิน เมืองฉงชิ่ง
สุดยอดความรักจริงๆ เลยนะคะ อยากอ่านเรื่องนี้จัง
สะกิดเอาบทความรักเพราะๆ มาฝาก
ฉันอาจจะรักเธอได้... แต่เธอคงไม่รักฉัน
เรื่องของใจไม่อาจฝืนกัน
เหมือนเช่นความฝันไม่อาจจับจอง
ฉันอาจจะรักเธอได้... แต่คงไม่ได้เป็นเจ้าของ
ความรักฉัน ห่วงใย ไม่ใช่ครอบครอง
ไม่จำเป็นว่าเราสอง ต้องผูกพัน
ตลอดเวลาฉันรู้ว่ารักเธอได้... แต่ไม่ได้หมายความว่า ใจเธอต้องเป็นของฉัน
ตลอดเวลาที่เรารู้จักกัน
ฉันไม่เสียใจสักวันทีได้รักเธอ
ความรักแบบนี้ เป็นความรักที่ดี แต่น้อยคนนักที่จะทำได้
ฉันเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยอกหัก
เคยผ่านความรักที่ไม่เอาไหน
เขาเข้ามาทำให้รัก แล้วตีจากไป
ไม่เหลือเยื่อใยแห่งความผูกพัน
หลายครั้งที่ต้องมานั่งเศร้า
หมกมุ่นอยู่กับความเหงาและอ้างว้าง
ต่อจากวันนี้ในทุกๆ การเดินทาง
ฉันจะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง .. บนเส้นทางของหัวใจ
เมื่อล้มแล้ว ต้องลุกนะคะ ชีวิตต้องเดินต่อไปค่ะ :)
หมวด:
คิดนึก,
ความรัก,
กลอน,
กลอนอกหัก,
กลอนซึ้งๆ,
กลอนคิดถึง,
กลอนรัก,
บทความ,
เกร็ดความรู้,
เพ้อ-บ่น,
เพ้อเจ้อ
มิตรภาพกับความรัก จะเลือกอะไรดี
ถ้าระหว่างมิตรภาพกับความรัก
น้อยคนนักที่จะเลือกได้
ถ้าเลือกที่จะรัก เเล้วมิตรภาพคงจบลงอย่างง่ายดาย
เพราะเมื่อรักจบไป มิตรภาพก็หายไปกับกาลเวลา
บางคนคงเลือกที่จะเก็บมิตรภาพไว้
เพราะมันเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ใบหนา
กว่าจะโตมาได้ต้องอาศัยความใส่ใจ เเละระยะเวลา
ในขณะที่ความรักเป็นเพียงภาพมายา...
ที่ผ่านเข้ามาในความทรงจำ
มิตรภาพกับความรัก เลือกยากนะคะ คิดดีๆก่อนที่จะตัดสินใจ :)
หมวด:
คิดนึก,
ความรัก,
กลอน,
กลอนอกหัก,
กลอนซึ้งๆ,
กลอนหวานๆ,
กลอนรัก,
กลอนเพื่อน,
บทความ,
เพ้อ-บ่น,
เพ้อเจ้อ
ใครเป็นคนขี้หึง อ่านทางนี้เลยค่ะ
โทรศัพท์มาเช็กกลางดึก : ถ้าโทรฯ มาเจ๊าะแจ๊ะหวานแหววไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ถ้าโทรฯมาเพื่อเช็กว่าเราอยู่บ้านหรือเปล่าก็อีกเรื่อง โดนบ่อยๆ เดี๋ยวก็รู้เองค่ะ
อยากรู้อยากเห็น : ตอนแรกก็เหมือนจะหลงรักเราหัวปักหัวปำ เลยอยากรู้เรื่องของเรา แต่แล้วก็เริ่มซักไซ้เรื่องผู้ชายเก่าๆ ของเราและเริ่มหมกมุ่นกับมัน ถ้าเรารู้สึกอึดอัด นั่นอีกสัญญาณบอกค่ะ
ตั้งตัวเป็นศัตรูกับแฟนเก่า : เลิกกันแล้วก็คือจบ แต่คนขี้หึงย่อมไม่ยอมจบ เขาจะหงุดหงิดหากเรายังติดต่อหรือพูดคุยกับคนเก่าๆ ในรายที่อาการหนักอาจพานไปถึงพี่น้อง เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งหมาแมวของเรา เพราะกลัวถูกแบ่งปันความรัก
ค้นข้าวของๆ เรา : พฤติกรรมแบบนี้คนทำกันเยอะ เวลารู้สึกไม่มั่นคง หรือสงสัยว่ากำลังถูกสวมเขา
ขู่ฆ่าตัวตาย : คนขี้หึงจะขู่สารพัด ดีไม่ดีอาจถึงขั้นขู่ฆ่าตัวตายหากเราเลิกรา อย่ามองข้ามการข่มขู่แบบนั้นนะคะ เพราะมันเป็นเรื่องไม่แฟร์เป็นเผด็จการแท้ๆ เลยเชียว
ที่สำคัญคนขี้หึง จะคอยสืบเสาะอยู่เรื่อย เช่น รื้อค้นกระเป๋าเราซะกระจุยกระจายโดยไม่เจออะไร หากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ควรเตรียมรับมือได้เลยค่ะ (ถ้าเราไม่อยากให้เขาเป็นแบบนี้แล้วหล่ะก็ เราอย่าเป็นเองนะคะ)
คุณชอบใส่ต่างหูแบบใด ลองสังเกตตัวเองดูนะคะ
ต่างหูรูปห่วง หรือต่างหูกลม : คุณเป็นคนรักสนุก ไม่ใช่คนหยิบโหย่ง และบางครั้ง ก็มีอารมณ์ลึกลับแฝงอยู่
ต่างหูตุ้งติ้ง หรือเป็นรูปหยดน้ำ : คุณเป็นคนที่สนใจเรื่องแฟชั่น และการแต่งตัวมาก ชอบสังคมและการเต้นรำ
ต่างหูรูปสัตว์ หรือรูปดอกไม้ : คุณเป็นคนรักธรรมชาติ ชอบดูแลสัตว์เลี้ยง ชอบเล่นสนุกกับเด็ก ๆ และชอบอะไรที่เรียบ ๆ ง่าย
ต่างหูที่เป็นหมุดตัวเดียว : คุณเป็นคนมั่นคง มีศิลปะอยู่ในตัว ชอบของดี ๆ ที่ทันสมัยตามแฟชั่น
ไม่ชอบใส่ต่างหูเลย : เป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบถูกจำกัดเสรีภาพ เชื่อมั่นในความเรียบง่าย และไม่สนใจในสิ่งยั่วยวนใจ
ชอบแบบไหนก็เลือกแบบนั้นนะ :)